BUSINESS

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBLTSET กองทุน LTF กองทุนแรกเน้นสร้างผลตอบแทนตามดัชนี SET มองเศรษฐกิจไทยและเลือกตั้งหนุนดัชนีปรับขึ้นสิ้นปี

นายณรงค์ศักดิ์  ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว เซ็ท อินเด็กซ์ (SCB SET Index Long Term Equity Fund : SCBLTSET) ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) รวมถึงตราสารทุน หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงผลตอบแทนของหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม  โดยจะเริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน 2561 นี้ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยเลือกได้ 2 รูปแบบ คือ ชนิดสะสมมูลค่า SCBLTSETA  และ ชนิดจ่ายเงินปันผล SCBLTSETD (ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง)

ทั้งนี้กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว เซ็ท อินเด็กซ์ มีกลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรับ (Passive Fund Strategy) ผ่านกระบวนการ Optimization เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมากที่สุด โดยรักษาค่าความผันผวนของส่วนต่างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย) เมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิง (Tracking Error: TE) ไม่เกิน 2% ต่อปี

โดยกระบวนการลงทุนมีการกำหนดขอบเขตการลงทุนให้มีสภาพคล่อง ประกอบไปด้วยหุ้นที่สามารถสะท้อนผลการดำเนินงานของดัชนี SET ได้อย่างใกล้เคียง โดยมีการคัดกรองทางด้านจำนวนหุ้น และสภาพคล่องของหุ้นรายตัวที่จดทะเบียนในดัชนี SET และให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีน้ำหนักอย่างมีนัยยะในดัชนี SET และมีมูลค่าการซื้อขายรายวันที่เหมาะสม โดยเลือกลงทุนในหุ้นประมาณ 115-130 ตัว เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนให้มีอัตราผลตอบแทน และระดับความเสี่ยงใกล้เคียงกับดัชนี SET มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีการติดตามพอร์ตการลงทุนทุกวัน และอาจมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนในพอร์ต โดยพิจารณาจากค่า Tracking Error เป็นหลัก  และอัพเดท Investment Universe ทุกเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าขอบเขตการลงทุนเป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนและมีสภาพคล่องที่เหมาะสม  อีกทั้งมีการพิจารณาปรับพอร์ตการลงทุนรายเดือนเพื่อให้สอดคล้องกับ Investment Universe

“จุดเด่นของกองทุน SCBLTSET ถือว่าเป็นกองทุนแรกและกองทุนเดียวในตลาดกองทุน LTF ที่เน้นสร้างผลตอบแทนตามความเคลื่อนไหวของดัชนี SET เป็นทางเลือกการลงทุนที่ครอบคลุมมากกว่าดัชนี SET50 และSET100 เนื่องจากดัชนี SET นั้นมีผลตอบแทนระยะยาวในอดีตดีกว่าดัชนี SET50 และ SET100 โดย SET, SET100 และ SET50 มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 7 ปี อยู่ที่ 10.63%, 10.00% และ 9.75% ตามลำดับ (ที่มา : ข้อมูลจาก Bloomberg ณ 31/08/2018) ซึ่งเหมาะสมกับลักษณะการลงทุนในกองทุนประเภท LTF ที่ต้องลงทุนอย่างน้อย 7 ปี เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีขึ้น” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันเคลื่อนไหวในกรอบ 1,650 – 1,730 จุด โดยมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย GDP ไตรมาสที่ 2 ของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% ซึ่งเป็นการเติบโตเกือบทุกภาคส่วน ทั้งการลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายจากทางภาครัฐและการส่งออก ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 เติบโตมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ประกอบกับค่าเงินบาทที่เริ่มมีสเถียรภาพเพิ่มขึ้นจากฐานะทางการเงินของประเทศที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องสงครามทางการค้าระว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ยังไม่มีความชัดเจน การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา และการลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา และธนาคารกลางยุโรป ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้หุ้นไทยไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปอยู่ในระดับ 1,750-1,800 จุดได้ จนกว่าปัจจัยกดดันต่าง ๆ จะได้รับความชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บลจ.ไทยพาณิชย์ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อดัชนี SET โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกภายในประเทศทั้งเศรษฐกิจไทยที่คาดว่ายังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจะได้รับปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม ประกอบกับค่าเงินบาทไทยที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ประเด็นเรื่องสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่อาจจะส่งผลกระทบในช่วงสั้น การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐและการลดวงเงิน QE

“บลจ.ไทยพาณิชย์ ยังคงแนะนำให้ทยอยลงทุนในกองทุน LTF ในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคมจากแรงซื้อกองทุน LTF และกองทุน RMF ในช่วงปลายปี แทนที่จะลงทุนกระจุกตัวในช่วงปลายเดือนธันวาคมซึ่งทำให้นักลงทุนเสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่มีโอกาสปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปี” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่ SCBAM Call Centerโทร.02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย