OTHER

บ้านปูฯ หนุน 5 กิจการเพื่อสังคมดีเด่นจากโครงการ Banpu Champions for Change 7

บ้านปูฯ หนุน 5 กิจการเพื่อสังคมดีเด่นจากโครงการ Banpu Champions for Change 7

พร้อมส่งเสริมการสร้างพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมแก่ประชาชนทั่วไปในงาน ‘Impact Day: เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มได้จากตัวเรา’

โฉมหน้ากิจการเพื่อสังคมชนะเลิศในโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมปีที่ 7

(แถวหน้า จากซ้ายไปขวา) น.ส. วริศรุตา ไม้สังข์ กิจการเพื่อสังคม “ฮาร์ทติส” แบรนด์กระเป๋าที่ผลิตจากเนื้อผ้าถักทอโดยผู้พิการทางสมอง, น.ส. ไอรีล ไตรสารศรี กิจการเพื่อสังคม “อาร์ทฟอร์แคนเซอร์” ช่องทางสร้างอาชีพเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง, นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), นายสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน Change Fusion, น.ส. ปิลันธน์ ไทยสรวง กิจการเพื่อสังคม“ภูคราม” ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายย้อมครามโดยชุมชนในจังหวัดสกลนคร, นายอาทิตย์ จันทร์นนทชัย กิจการเพื่อสังคม “ฟาร์มโตะ” ช่องทางการขายผลผลิตเกษตรรูปแบบใหม่ที่เชื่อมเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าหากัน และ (แถวหลัง) นายธนกร เจียรกลมชื่น กิจการเพื่อสังคม “ผักดัน” ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากการจัดการขยะอินทรีย์

นับเป็นการเฟ้นหาที่เข้มข้นและท้าทายอยู่ไม่น้อย สำหรับทีมผู้ชนะจาก “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 7” หรือ Banpu Champions for Change 7โดยล่าสุด บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแห่งเอเชียที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ร่วมกับสถาบัน Change Fusion องค์กรไม่แสวงผลกำไร สองหัวเรือใหญ่ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการฯ ประกาศผล 5 กิจการดีเด่นในปีนี้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมมอบทุนสนับสนุนรวมทั้งสิ้นกว่า 1.25 ล้านบาทให้แก่ทั้ง 5 ทีม เพื่อนำไปพัฒนา สานต่อความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นแผนการดำเนินกิจการที่ตอบทั้งโจทย์ทางธุรกิจ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นแก่สังคมต่อไป นอกจากนั้น ในปีนี้โครงการฯ ยังขยายผลสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคมแก่ประชาชนทั่วไปผ่านงาน “Impact Day: เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มได้จากตัวเรา” ให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าใจในแนวคิดของกิจการเพื่อสังคม มีโอกาสแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับผู้มีประสบการณ์จากโครงการฯ ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการมีจิตสาธารณะและจุดประกายการทำงานกิจการเพื่อสังคมแก่คนรุ่นใหม่ต่อไป

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า   “ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา  เราได้สนับสนุนกิจการเพื่อสังคมรวม 61 กิจการ และเมื่อเร็วๆ นี้เราทำการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact Assessment) ของโครงการฯ ซึ่งมีกิจการจำนวน  51 กิจการเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว เราพบว่าในจำนวนนี้ ร้อยละ 63 อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน และร้อยละ 50 มีผลการดำเนินงานที่ดี  สำหรับการดำเนินโครงการฯ ในปีที่ 7 นี้ เราได้ 11 ทีมที่มีไอเดียสร้างสรรค์เข้ารอบมาในเฟสแรกให้ทดลองดำเนินกิจการ และ 5 ทีมโดดเด่นในเฟสที่สองที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นผลตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา  นอกจากนี้ ในปีนี้ ยังมีแนวคิดพิเศษจัดงาน “Impact Day: เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มได้จากตัวเรา” เพื่อต่อยอดในการขยายเครือข่ายโครงการฯ และกิจการเพื่อสังคมนอกโครงการฯ ให้มาร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมให้ไปสู่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้น ด้วยการเชิญกิจการต่างๆ มาออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการที่จะไปสร้างประโยชน์แก่สังคมต่อไป และเชิญนิสิตนักศึกษาที่สนใจทำกิจการเพื่อสังคมมาร่วมพูดคุยกับรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการมาแล้ว ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจการเลือกเส้นทางอาชีพต่อไป ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาระบบนิเวศกิจการเพื่อสังคมไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น สอดคล้องกับความเชื่อของบ้านปูฯ ที่ว่า พลังความรู้ คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา”

ภาพรวมของโครงการฯ ในปีนี้ มีกิจการเพื่อสังคมที่โดดเด่นและตอบโจทย์ปัญหาสังคมในหลายด้าน อาทิ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การเงิน และผู้พิการทางสมอง เป็นต้น ซึ่งนอกจากความตั้งใจของทีมต่างๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมแล้ว พวกเขายังมาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ในการเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหาให้เป็นแผนทางธุรกิจ โดยหลังจากเปิดรับสมัครผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคมรุ่นใหม่ให้ส่งแผนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โครงการฯ ก็ได้จัดเวิร์คช็อปเบื้องต้นครอบคลุมทั้งเรื่องการบริหารธุรกิจ การจัดการกระบวนการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม พร้อมทั้งทดสอบความมุ่งมั่นตั้งใจ หรือ passion และความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ จนกระทั่งคัดเลือก 11 กิจการให้ได้รับทุนสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 800,000 บาทนำไปดำเนินกิจการจริงในระยะแรก พร้อมจัดเวิร์คช็อปในหัวข้อต่างๆ เชิญกูรูในแวดวงที่เกี่ยวข้อง มาให้ความรู้และชี้แนะแนวทางเพิ่มเติมเสริมรากฐานไปสู่การดำเนินกิจการที่สามารถสร้างรายได้และประโยชน์เพื่อสังคมอย่างยั่งยืน โดย 5 กิจการที่มีความโดดเด่นที่ได้รับทุนสนับสนุนต่อเนื่องรวมกว่า 1.25 ล้านบาท ประกอบไปด้วย

  • ผัก Done – ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากการจัดการขยะอินทรีย์ มุ่งแก้ปัญหาทางด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม
  • FarmTO – ช่องทางการจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรออนไลน์โดยมีการจับจองแปลงผลผลิตล่วงหน้า มุ่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ สร้างช่องทางการขายและส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น
  • ภูคราม – ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายย้อมครามโดยชุมชนในจังหวัดสกลนคร มุ่งสร้างอาชีพและปรับเปลี่ยนทัศนคติให้แก่คนในชุมชน
  • Art for Cancer – ช่องทางในการสร้างอาชีพเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง มุ่งสร้างกำลังใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่ถูกต้อง และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง
  • Heartist – แบรนด์กระเป๋าที่ผลิตจากเนื้อผ้าถักทอโดยผู้พิการทางสมอง มุ่งบำบัดพัฒนาการทางด้านอารมณ์ให้แก่ผู้พิการทางสมอง และสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ครอบครัวของผู้พิการทางสมอง

นายสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน Change Fusion องค์กรไม่แสวงผลกำไรภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “เนื่องด้วยเทรนด์ในปัจจุบัน ที่คนรุ่นใหม่มองเห็นถึงปัญหาทางสังคมและมีความฝันที่จะประกอบกิจการของตัวเองกันมากขึ้น สถาบัน Change Fusion และ บ้านปูฯ จึงเล็งเห็นว่า กิจการเพื่อสังคม คือรูปแบบธุรกิจที่คนรุ่นใหม่กำลังมองหาที่ทั้งสามารถแก้ไขปัญหาสังคมที่พวกเขาสนใจ และสร้างรายได้ให้พวกเขาอยู่รอดได้ไปพร้อมกัน จากตรงนี้เอง เราจึงเชื่อว่า “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” หรือ Banpu Champions for Change จะเป็นอีกหนึ่งประตูบานสำคัญที่จะเปิดไปสู่ความช่วยเหลือ และคำปรึกษา เชื่อมโยงเครือข่ายในระบบนิเวศกิจการเพื่อสังคมไทย และเปิดมุมมองทั้งทางด้านธุรกิจและสังคมของพวกเขาให้กว้างออกไป”

“นอกเหนือจากการเป็นผู้ช่วยส่งเสริมคนรุ่นใหม่แล้ว โครงการ Banpu Champions for Change ยังสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เริ่มโครงการฯ เมื่อปี 2554 กิจการเพื่อสังคมที่เข้าร่วมโครงการได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกหลากหลายด้านแก่ชุมชน 50 แห่ง องค์กรภาคสังคม 15 องค์กร ครอบคลุม ผู้คนกว่า 120,000 คนให้มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทางด้านสิ่งแวดล้อมเองก็เช่นกัน โดยกิจการเพื่อสังคมที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถช่วยลดของเสียไปได้กว่า 3,000 กิโลกรัม อีกทั้งยังสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้แก่ชุมชนหลายสิบแห่ง นอกเหนือจากนั้นแล้ว บางกิจการยังสามารถต่อยอดไปคว้ารางวัล สร้างชื่อเสียงและรายได้ในระดับนานาชาติอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการฯ ที่ได้มองเห็นกิจการศิษย์เก่าได้มีโอกาสและนำความตั้งใจของพวกเขาไปสร้างประโยชน์ และสร้างชื่อเสียงให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป” นายสุนิตย์กล่าวสรุป

สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ และรายละเอียดการเปิดรับสมัครโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมในปีที่ 8 ที่จะเริ่มประมาณเดือนมกราคม 2561 สามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก  www.facebook.com/banpuchampions