3 ครีเอเตอร์ตัวท็อป “ครูลูกกอล์ฟ – ปัน ปากญี่ปุ่น – อากิ” เผยเคล็ดลับปั้นคอนเทนต์มีสาระให้ปังบน TikTok

TikTok แพลตฟอร์มสร้างสรรค์วิดีโอสั้นสุดฮ็อต เดินหน้าเพิ่มประสบการณ์บนแพลตฟอร์มให้เป็นมากกว่าคอมมูนิตี้แห่งการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ และการนำเสนอความสนุก ความบันเทิง โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวแคมเปญใหญ่ #TikTokUni แคมเปญการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำเสนอคอนเทนต์เชิงสาระความรู้ที่แฝงไว้ด้วยความสนุก จึงทำให้ในช่วงที่ผ่านมาเกิดการแจ้งเกิดของครีเอเตอร์แนวสาระความรู้จากหลากหลายวงการที่มาใช้ TikTok เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์และเผยแพร่คอนเทนต์แนวใหม่จนเกิดเป็นกระแสการบอกต่อและติดตามในโลกออกไลน์ 

สำหรับแคมเปญ #TikTokUni เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่าทุกคนต่างมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตัวเองในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ตนเองมีความถนัดและด้วยความสดใหม่ อินเทรนด์ของเอฟเฟกต์ลูกเล่นต่างๆ ในการตกแต่งวิดีโอของ TikTok ทำให้การสร้างสรรค์วิดีโอไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ประกอบกับการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงคอนเทนต์ด้วย Machine Learning ของ TikTok ทำให้ทุกคอนเทนต์สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

ในวันนี้ TikTok จะชวนคุณมาล้วงเคล็ดลับจาก 3 ครีเอเตอร์ดาวเด่น ครูลูกกอล์ฟ @ploukgolf, และอีก 2 ครีเอเตอร์สุดฮ็อตจากรางวัลสุดยอดครูดีเด่นประจำเดือนพฤษภาคม ปัน ปากญี่ปุ่น @paagjapan และ อากิ @aki_yamaguchi ซึ่งทั้ง 3 ครีเอเตอร์กำลังมาแรงมากใน #TikTokUni จะมาเผยเคล็ดลับการทำคลิปแนวสาระให้สนุกและปังบน TikTok จากการหยิบความถนัดมาเล่าให้สนุกจากเรื่องที่เข้าใจยากให้เข้าใจง่ายจบในคลิปวิดีโอสั้นๆ 

ข้อที่ 1 : หยิบความถนัดและสิ่งที่ชอบมาปั้นคอนเทนต์

การสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์ม TikTok ปัจจุบันจะพบได้ว่ามีคอนเทนต์หลากหลายประเภท โดยคอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักจะมาจากความถนัดหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของครีเอเตอร์แต่ละคน เช่นเดียวกับทั้ง 3 ท่านที่แนะนำว่าการจะเป็นครีเอเตอร์ที่โดดเด่นได้ต้องเลือกนำเสนอในเรื่องราวที่ตัวเองถนัด เพราะเมื่อทำในสิ่งที่ถนัดและชอบแล้วจะสามารถสนุกกับสิ่งนั้น ได้ยาวนาน

ปัญปัญญพันธ์ แจ้งสุทิมล หรือ ปัน ปากญี่ปุ่น @paagjapan กล่าวว่า เราต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่เรารู้
และสิ่งที่เราชอบและเราถึงจะทำมันได้ดี เช่นเดียวกับ คุณคณาธิป สุนทรรักษ์ หรือ ครูลูกกอล์ฟ @ploukgolf ที่กล่าวเสริมว่า เราต้องมีองค์ความรู้ในสิ่งที่เราอยากจะเล่าและแม่นยำในเรื่องที่ตัวเองต้องการจะนำเสนอ โดยการลองสอนให้กับตัวเอง เช่น สิ่งที่ตัวเองอยากนำเสนอคืออะไรแล้วตัวเราเองเข้าใจหรือไม่ อีกทั้งต้องกล้ายอมรับความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้ด้วย

ข้อที่ 2: หัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ คือ ความถูกต้องของเนื้อหา 

เมื่อคิดจะมาเป็นครีเอเตอร์แนวสาระที่เน้นการส่งต่อความรู้ ความถูกต้องของคอนเทนต์ คือ หัวใจสำคัญ ดังนั้นทันทีที่คิดว่าจะนำเสนอเรื่องอะไร ประเด็นอะไร แม้จะเป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว แต่ก็จำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อีกครั้ง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น นอกจากจะส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของตัวครีเอเตอร์ลดลงแล้ว ยังทำให้เกิดการเข้าใจผิดในวงกว้าง และในกรณีที่มีการเผยแพร่คอนเทนต์ออกไปแล้วและมีคนโต้แย้ง ครีเอเตอร์ที่ดีควรจะเปิดใจให้กว้างและทำการตรวจสอบ หากผิดจริงก็ต้องพร้อมที่จะขอโทษและแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ข้อที่ 3 : ทุกคอนเทนต์ต้องเกิดจากการวางแผน

การหยิบความถนัดและสิ่งที่ชอบมาสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอสั้น คือ โจทย์ที่ท้าทายของครีเอเตอร์ด้านการศึกษาที่เดิมอาจจะถนัดกับการทำคลิปวิดีโอแบบยาว ซึ่งเมื่อเราต้องขมวดเรื่องที่ยาวให้สั้นลง จึงทำให้ต้องมีการวางแผนจัดระเบียบความคิด บางครั้งอาจจะต้องเขียนสคริปต์หรือวาง โครงสร้างการนำเสนอ เพื่อให้คอนเทนต์มีประสิทธิภาพในเวลาจำกัด

คณาธิป สุนทรรักษ์ หรือ ครูลูกกอล์ฟ @ploukgolf เจ้าของคลิปสอนภาษาอังกฤษสุดไวรัล ได้ขยายความ ในประเด็นของการวางแผนคอนเทนต์ว่า ส่วนตัวจะเริ่มจากการวางแผนก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์ แต่ละอันบน TikTok ไม่ว่าจะเป็นการคิดบทพูดก่อนถ่าย หรือซ้อมเล่นกับเอฟเฟกต์ ฟีลเตอร์ต่างๆ บน TikTok ให้เกิดความคุ้นเคยก่อนลงมือถ่ายจริง ขณะที่ คุณปัญปัญญพันธ์ แจ้งสุทิมล หรือ ปัน ปากญี่ปุ่น @paagjapan เล่าว่า การทำให้คอนเทนต์มีความน่าสนใจภายในระยะเวลาอันสั้น อาจจะเริ่มจากความสนุกเป็นจุดนำ และสอดแทรกความรู้ลงไปในนั้นเหมือนกับการฟังเพลงที่มีท่อนฮุคไว้เป็นจุดดึงดูดคนฟัง

ข้อที่ 4 : ใช้เอฟเฟกต์เพิ่มสีสันให้คอนเทนต์มีความสนุกมากยิ่งขึ้น

TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีความโดดเด่น คือ การเป็น เครื่องมือในการสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอสั้นที่ง่ายและสนุก ตั้งแต่การถ่ายวิดีโอ ตัดต่อ รวมไปถึงการใช้เอฟเฟกต์ ฟิลเตอร์ สติกเกอร์ หรือ Transition ต่างๆ เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับคลิปวิดีโอมากยิ่งขึ้น 

คุณคณาธิป สุนทรรักษ์ หรือ ครูลูกกอล์ฟ @ploukgolf ได้กล่าวว่า การทำคอนเทนต์บน TikTok ต้องเน้น ไปที่ความเรียลของคอนเทนต์ ซึ่งโดยส่วนตัวไม่ได้มีการตัดต่ออะไรมากนัก แต่เน้นไปที่การถ่ายครั้งเดียวจบเพื่อให้ดูเรียลมากที่สุด แต่เอฟเฟกต์ที่ชอบมากที่สุด คือ การใส่ Transition เพื่อดึงสมาธิของคนดูว่าเรื่องที่เรากำลังจะเล่าคืออะไร ขณะที่ คุณนารีโกะ สมบูรณ์ หรือ คุณอากิ @aki_yamaguchi กล่าวเสริมว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือครบ ทำให้การสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอสั้นทำได้ง่ายและที่ชอบมาก คือ เพลงประกอบที่มีให้เลือกเยอะมากและยังไม่ต้องกังวลในเรื่องของลิขสิทธิ์ด้วย

ข้อที่ 5  : ความถี่ในการโพสต์ คือ การสร้างความจดจำให้คนดู

เมื่อใดที่ครีเอเตอร์สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้คนเป็นจำนวนมากสิ่งที่ต้องรักษาไว้ คือ ความถี่ในการนำเสนอคอนเทนต์ของตนเองเพื่อสร้างการจดจำให้แก่ผู้คน ที่พบว่า ครีเอเตอร์คนนี้สร้างสรรค์คอนเทนต์ประเภทไหน ใช้การสร้างสรรค์แบบใดน่าสนใจยังไง เพื่อให้ผู้ชมติดตามและรอชมคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจต่อไป 

โดย คุณนารีโกะ สมบูรณ์ หรือ คุณอากิ @aki_yamaguchi เล่าว่า ส่วนตัวแล้วมีการปล่อยคอนเทนต์ วิดีโอสั้นทุกวัน วันละ 1 คลิป โดยมีการวางธีมเรื่องที่อยากจะ นำเสนอ และต้องลงคอนเทนต์ให้ตรงเวลาเช่นเดียวกับ คุณปัญปัญญพันธ์ แจ้งสุทิมล หรือ ปัน ปากญี่ปุ่น @paagjapan ที่ปัจจุบันปล่อยคอนเทนต์ทุกวัน แต่ช่วงวันหยุด ศุกร์​ เสาร์​ อาทิตย์ อาจจะลงเยอะกว่าวันอื่นๆ แตกต่าง คุณคณาธิป สุนทรรักษ์ หรือ ครูลูกกอล์ฟ @ploukgolf ที่ลงคอนเทนต์ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมแนะนำว่า สิ่งที่ครีเอเตอร์ต้องมี คือ วินัยในการปล่อยคอนเทนต์

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอสั้นถือเป็นการสร้างความท้าทายอย่างมาก ให้กับครีเอเตอร์ทางด้านการศึกษา ซึ่งมีเนื้อหาสาระความรู้ที่ต้องอาศัยความเข้าใจและแม่นยำในการเล่าเรื่องให้สั้น กระชับ เข้าใจง่าย แต่หากมองในอีกมุมหนึ่งก็ทำให้ได้พบว่า คอนเทนต์ วิดีโอสั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถสร้างการรับรู้ การเข้าถึงไปจนถึงการมีส่วนร่วมและการจดจำในคอนเทนต์เชิงสาระความรู้ได้มากขึ้นในปัจจุบันทำให้ผู้คนได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับความสนุกที่เกิดขึ้น โดยสามารถติดตามคอนเทนต์เชิงสาระความรู้ที่หลากหลายได้ในแคมเปญ #TikTokUni ตลอดทั้งปี 2563 พร้อมลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาททุกเดือน