เนสกาแฟ โกลด์ ไขความลับ “กาแฟคราฟท์” อีกระดับของกาแฟชั้นเลิศที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

ด้วยเอกลักษณ์ของ “กาแฟคราฟท์” ที่พิถีพิถันและใส่ใจในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การคั่ว การบด การชง ฯลฯ จนได้มาซึ่งกาแฟคุณภาพชั้นเลิศ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคอกาแฟต่างหลงใหลในรสชาติอันแสนพิเศษของกาแฟคราฟท์ ด้วยเหตุนี้ เนสกาแฟ โกลด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟชั้นนำระดับโลกจึงได้จับมือกับ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ศิลปินสายคราฟท์และแบรนด์แอมบาสเดอร์เนสกาแฟโกลด์ เนรมิต คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์” ขึ้นให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเว่อร์ที่หลงใหลในความแตกต่างมาร่วมไขความลับของกาแฟคราฟท์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ร่วมกับบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟคราฟท์ พร้อมดื่มด่ำกับประสบการณ์สุดคราฟท์จากดนตรีและคอลเลคชั่นแผ่นเสียงสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์โดยหนุ่มก้องเพื่อเพิ่มสุนทรียรสในการดื่มด่ำกาแฟคราฟท์ให้พิเศษยิ่งขึ้น

กว่าจะมาเป็น ‘กาแฟคราฟท์’ ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
หัวใจสำคัญที่สุดของ ‘กาแฟคราฟท์’ คือความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่เพียงแต่การคัดสรรเมล็ดกาแฟ การคั่ว บด ชง หรือปรุงกาแฟในระยะเวลาที่พอเหมาะเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถานที่และวิธีการปลูกกาแฟที่ส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติของเมล็ดกาแฟ ตลอดจนความเชี่ยวชาญของบาริสต้าที่มากประสบการณ์ในการแนะนำกาแฟคราฟท์ให้เหมาะกับความชื่นชอบของคอกาแฟแต่ละคนอีกด้วย

นายธนธร พันพานิชย์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เนสกาแฟโกลด์ ครีมเทียม และเนสที บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เผยว่า ‘เนสกาแฟ โกลด์ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของความละเมียดละไมในรสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม หอมนุ่มในทุกรสสัมผัส โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟที่พิถีพิถันและใส่ใจทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรเฉพาะเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพที่ดีที่สุดจากเทือกเขาสูงด้วยมือ เพื่อให้ได้มาซึ่งกาแฟคราฟท์คุณภาพเยี่ยม โดยเริ่มจาก…

  1. การคัดสรรเฉพาะผลกาแฟสีแดง หรือ ‘คอฟฟี่เชอรี่’ (Coffee Cherry picking)ด้วยการบรรจงเก็บด้วยมือ เพื่อให้ได้กาแฟคุณภาพดีที่สุด โดยเลือกเฉพาะผลกาแฟที่มีสีแดงสดซึ่งเป็นผลกาแฟที่สุกเต็มที่และมีรสชาติที่ดีที่สุด
  2. จากนั้นจึงนำผลกาแฟสีแดงที่เลือกไปแช่น้ำเพื่อคัดผลกาแฟที่ไม่ได้คุณภาพออกไป โดยจะคัดผลกาแฟที่ลอยน้ำ (Floating) ทิ้งไป และคัดเลือกเฉพาะผลกาแฟที่จมน้ำเท่านั้น
  3. ต่อจากนั้นจึงนำผลกาแฟที่คัดแล้วมาปอกเปลือก (Pulping) และล้างเมือก ด้วยการคัดแยกแล้วนำลงเครื่องปอกเปลือก จนได้เมล็ดกาแฟที่ประกบกันอยู่ แล้วขัดเมือกที่หุ้มเมล็ดออกให้หมด เพื่อป้องกันปัญหาด้านกลิ่นแปลกปลอมในขั้นตอนของการสีเมล็ดกาแฟ
  4. นำเมล็ดกาแฟไป แช่น้ำสะอาด (Fermenting) และนำไปหมักแห้ง (Draining)จากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดครั้งที่ 2 แล้วจึงนำเมล็ดกาแฟไปตากแห้งตามธรรมชาติ (Drying) ซึ่งจะตากเฉพาะช่วงกลางวันเท่านั้น และตอนกลางคืนจะต้องเก็บเพื่อไม่ให้โดนน้ำค้าง
  5. เมื่อแห้งแล้วก็จะกลายเป็นเมล็ดกาแฟ สำหรับนำไปสีเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออก (Hulling) ก่อนจะนำไปคั่ว โดยจะมีการคัดสรรเมล็ดด้วยมือทุกขั้นตอน (Hand sorting) เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดี พร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อไป
  6. และขั้นตอนสุดท้ายคือ การคั่วและบดเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าให้ผสมผสานเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ จากเมล็ดกาแฟดิบจะถูกคั่วจนกลายเป็นกาแฟสีน้ำตาลทอง พร้อมกลิ่นหอมกรุ่น ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญและความพิถีพิถันในการคั่วบด ภายใต้เวลาและอุณภูมิที่เหมาะสม จึงจะได้กาแฟคั่วบดละเอียดขนาดเล็ก 10 เท่าที่ให้รสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟที่อร่อยกลมกล่อมสมบูรณ์แบบ 

คราฟท์ทุกขั้นตอนกับ ‘กาแฟคราฟท์’ ที่พิถีพิถันในทุกเมนู

เพื่อมอบสุนทรียรสให้คอกาแฟได้สัมผัส ‘กาแฟคราฟท์’ ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เนสกาแฟ โกลด์ ได้จับมือกับ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ศิลปินสายคราฟท์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ เนสกาแฟโกลด์เนรมิต คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์ ขึ้นมาให้คอกาแฟที่หลงใหลในความแตกต่างได้รู้จักและดื่มด่ำความพิเศษของ ‘กาแฟคราฟท์’ มากยิ่งขึ้น โดยมีบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟคราฟท์ที่คอยแนะนำที่มาและรสชาติของกาแฟแต่ละชนิด พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการปรุง หรืออุณหภูมิในการชง เพื่อดึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟคราฟท์แต่ละชนิดให้ออกมาดีที่สุด

ไม่ว่าจะเป็น สายกาแฟใส่นม หรือ White Cup ที่ให้อารมณ์ละมุนๆ กับเมนูไฮไลท์อย่าง เนสกาแฟ โกลด์ คาเฟ่ โอเลท์ ร้อน ที่มีให้เลือกทั้งสูตรไม่มีน้ำตาลทราย และสูตรเข้มกลมกล่อม ไอซ์ลาเต้ และไอซ์คาราเมล ลาเต้ กับรสชาติเข้มลงตัวจนคุณหลงใหล ด้วยกาแฟอาราบิก้าผสานความละมุนจากนมนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ รวมทั้ง สายเมนู Hot Foam หรือกาแฟมีโฟมที่มาพร้อมกับฟองนมหนานุ่มหลากหลายรสชาติทั้ง คาปูชิโน่ร้อน ที่มอบรสชาติอันกลมกล่อมลงตัวของกาแฟคั่ว ลาเต้มัคคิอาโต้ร้อน กับรสนุ่มละมุนหอมหวาน และ ไวท์เอสเพรสโซ่ร้อน ที่เข้มทั้งกลิ่นและรสกาแฟ พร้อมทั้ง สายกาแฟดำหรือ Black Cup ที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นหอมกรุ่นอย่าง กาแฟอเมริกาโน่ ร้อนและเย็น หรือ เนสกาแฟ โกลด์ เครมมา ที่ผสานกาแฟอาราบิก้าชั้นดีคั่วบดละเอียด 10 เท่า โดดเด่นด้วยกาแฟผงละเอียดสีทองอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ทำให้เกิดฟองกาแฟเครมมาละมุนลอยอยู่บนทุกแก้ว ให้คอฟฟี่เลิฟเว่อร์ได้ดื่มด่ำกับกาแฟคราฟท์แก้วโปรดในแบบที่เป็นตัวเอง ดื่มด่ำ ‘กาแฟคราฟท์’ ให้คราฟท์กว่าที่เคย ตามแบบฉบับ ก้อง-สหรัถ

 

 

 

 

 

ด้านศิลปินที่คราฟท์และใส่ใจในทุกรายละเอียดทั้งในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต ไม่เว้นแม้แต่การดื่มกาแฟก็ต้องพิถีพิถันเช่นเดียวกัน อย่างหนุ่ม ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา กับบทบาทล่าสุดในฐานะเจ้าของร้านกาแฟ คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์ ที่ได้ร่วมกับเนสกาแฟโกลด์สร้างสรรค์ขึ้น โดยหนุ่มก้องได้มีส่วนสำคัญในการออกแบบและตกแต่งคาเฟ่ที่คราฟท์ทุกรายละเอียด ตั้งแต่การใช้โทนสีทองดำที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่อบอุ่นลงตัว การจัดแสดงคอลเลคชั่นแผ่นเสียงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เครื่องดนตรีชิ้นโปรดอย่างกีต้าร์ รวมถึงการคัดเลือกเพลงที่สะท้อนความเป็นตัวตนของหนุ่มก้องที่เข้ากับบรรยากาศการคราฟท์กาแฟของเนสกาแฟได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ

โดยหนุ่มก้องเผยว่า “นอกจากการได้ดื่มกาแฟคราฟท์แก้วโปรดที่ผมชื่นชอบแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับผมคือเรื่องของบรรยากาศและช่วงเวลาในการดื่มกาแฟครับ ดื่มตอนช่วงเช้าก็จะได้อารมณ์แบบหนึ่ง หรือดื่มตอนช่วงที่ต้องใช้ความคิดในเรื่องการทำงานก็จะได้อีกความรู้สึกหนึ่งครับ แต่โมเม้นท์ที่ผมชอบที่สุดคงจะเป็นช่วงเวลาที่ผมได้ดื่มกาแฟคราฟท์ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ กับดนตรีที่ผมชื่นชอบอย่างเช่นที่ คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์ แห่งนี้ที่ทำให้กาแฟคราฟท์ของผมพิเศษขึ้นอีกเยอะเลยครับ”

คอกาแฟที่หลงใหลในความแตกต่างเตรียมพบกับประสบการณ์การดื่มด่ำกับ กาแฟคราฟท์ชั้นเลิศที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์ ที่จะมอบประสบการณ์กาแฟคราฟท์ชั้นเลิศได้ทาง facebook.com/Nescafe.TH/