QNB Group ประกาศผลประกอบการประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562

QNB Group สถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) ประกาศผลประกอบการประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562

กำไรสุทธิงวดปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 แตะที่ QAR14.4 พันล้าน (USD3.9 พันล้าน) เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 10% จากเดือนธันวาคม 2561 แตะที่ QAR945 พันล้าน (USD259 พันล้าน) ซึ่งเป็นหนึ่งในผลประกอบการที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ QNB Group

คณะกรรมการบริหารได้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นให้มีการจ่ายเงินสดปันผล 60% ของมูลค่าหุ้นที่กำหนดไว้ (QAR0.60 ต่อหุ้น) ทั้งนี้ ผลประกอบการประจำปี 2562 รวมถึงการจัดสรรกำไร จะต้องได้รับการอนุมัติจากธนาคารกลางกาตาร์ (QCB)

ปัจจัยที่มีส่วนทำให้สินทรัพย์รวมเติบโตขึ้นนั้น มาจากเงินให้กู้ยืมและเงินทดรองจ่าย ซึ่งเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 10% สู่ระดับ QAR679 พันล้าน (USD186 พันล้าน) โดยการเติบโตดังกล่าวนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนส่วนใหญ่มาจากเงินฝากลูกค้า ซึ่งเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 10% จากวันที่ 31 ธันวาคม 2561 แตะที่ QAR684 พันล้าน (USD188 พันล้าน) ส่งผลให้ QNB มีอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 99.2% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

นอกจากประสบความสำเร็จในการสร้างแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนแล้ว การผลักดันประสิทธิภาพในการดำเนินงานยังได้ส่งผลให้ทางกลุ่มฯ มีอัตราส่วนประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้) แข็งแกร่งที่ 25.9% ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในอัตราส่วนที่ดีที่สุดในบรรดาสถาบันการเงินรายใหญ่ในภูมิภาค

อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม อยู่ที่ 1.9% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับที่ต่ำที่สุดในบรรดาสถาบันการเงินในภูมิภาค MEA สะท้อนถึงคุณภาพของเงินให้กู้ยืม รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงจากสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพของทางกลุ่มฯ โดยนโยบายการกันสำรองแบบระมัดระวังของทางกลุ่มฯ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ อยู่ที่ 100% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 7% แตะที่ QAR95 พันล้าน (USD26 พันล้าน) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ QAR1.45 (USD0.40) เทียบกับ QAR1.44 (USD0.39) ในเดือนธันวาคม 2561

อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 อยู่ที่ 18.9% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารกลางกาตาร์และคณะกรรมการบาเซิลได้กำหนดไว้