Shanghai Electric และ DEWA ฉลองปิดงานโครงสร้างหอคอยกลางของโครงการ CSP ขนาด 700 MW ในดูไบ พร้อมขับเคลื่อนยูเออีสู่ความยั่งยืนด้านพลังงาน

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบรวมแสง หรือ Concentrated Solar Power (CSP) ขนาด 700 เมกะวัตต์ในนครดูไบ ซึ่งเป็นโครงการ CSP แบบเดี่ยว (single-site) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญ โดยเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการจัดพิธีเทปูนปิดงานโครงสร้างหอคอยกลาง (central tower) ความสูง 222 เมตรของโครงการนี้ โดยมีผู้แทนจาก Shanghai Electric ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างหลักของโครงการ (General Contractor) พร้อมด้วยผู้แทนจากการไฟฟ้าและการประปาแห่งดูไบ (Dubai Electricity and Water Authority (DEWA)) โครงการ Noor Energy 1 และบริษัท China Construction Third Engineering Bureau เข้าร่วมในพิธี

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.multivu.com/players/English/8676751-shanghai-electric-dewa-dubai-solar-power-project/

“SEGC (Shanghai Electric Group Company) แสดงผลงานยอดเยี่ยมให้เราเห็น ด้วยการเทคอนกรีตปิดงานโครงสร้างหอสุริยะได้ตามกำหนด แม้เผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ตลอดการทำงาน” Enrique Valades Nieto ผู้จัดการการก่อสร้างโครงการ Noor Energy 1 กล่าว

โครงการ CSP ขนาด 700 เมกะวัตต์ เป็นส่วนที่ 4 ของสวนโซลาร์ มูฮัมมัด บิน รอชิด อัล มักตุม (Mohammed bin Rashid Al Maktoum Solar Park) ในนครดูไบ และเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของวิสัยทัศน์ “Vision 2021” ของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่มุ่งสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจาก “Vision 2021” แล้ว รัฐบาลยูเออียังได้เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ “Energy Strategy 2050 Plan” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดในสัดส่วนพลังงานผสมรวมทั้งหมด (total energy mix) จาก 25% เป็น 50% ภายในปี 2050 ซึ่งเมื่อเปิดดำเนินการแล้ว โรงไฟฟ้า CSP จะลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของดูไบลง 1.6 ล้านตันต่อปี  

ความยั่งยืนคือหัวใจของโครงการนี้ Shanghai Electric จึงได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า และพืชทะเลทราย (mesquite tree) จำนวน 180 ต้นทั่วพื้นที่ขนาด 40 ตารางกิโลเมตร ไปยังอุทยานสัตว์ป่าแห่งใหม่ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดจากการก่อสร้างให้เหลือน้อยที่สุด

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีเป้าหมายเพื่อสร้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทีมงานนานาชาติ โดยคาดว่า โครงการดังกล่าวจะสร้างงานราว 6,000 ตำแหน่งในภาคการก่อสร้าง การจัดการพลังงาน และเทคโนโลยี