จ.อุบลราชธานี เกาะติดพื้นที่ สนับสนุนโครงการ “โคก หนอง นา พช.” อ.เหล่าเสือโก้ก พร้อมเร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อสร้างทางรอดจากภัยโควิด-19 แก่พี่น้องประชาชน

วันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 13.00 น. นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ นายคมกริช ชินชนะ พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นักวิชาการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” อำเภอเหล่าเสือโก้ก  โดยมี นายสุวัฒชัย บุ้งทอง พัฒนาการอำเภอเหล่าเสือโก้ก และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอฯ ให้การต้อนรับและรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ

โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีประเด็นติดตามความคืบหน้าของการดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ ได้แก่ 1)กิจกรรมที่ 2 สร้างพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Community Lab Model for quality of life : CLM) ระดับตำบล และพัฒนาพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Household Lab Model for quality of life : HLM) ระดับครัวเรือน 2)กิจกรรมที่ 3 สร้างงานสร้างรายได้รายเดือน ให้แก่ เกษตรกร บัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน 3)กิจกรรมที่ 4 กระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน ผ่านกิจกรรมการพัฒนาและสนับสนุนพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Household Lab Model for quality of life : HLM) ระดับครัวเรือน 4)กิจกรรมที่ 5 บูรณาการร่วมพัฒนาพื้นที่ระดับตำบล

โอกาสนี้ พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี เเละคณะ ได้ติดตามสนับสนุนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” จังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ ประเด็นปัญหาและอุปสรรคของการขุดปรับพื้นที่ การดำเนินงาน นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) และการเบิกจ่าย นอกจากนั้น ยังได้ให้คำแนะนำเรื่องการขยายระยะเวลาในสัญญา กรณีไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสัญญาจ้าง ต้องให้คณะกรรมการตรวจรับทำบันทึกเสนอนายอำเภออนุมัติ ก่อนครบกำหนด 1 วัน โดยระบุเหตุผลความจำเป็น โดยอำเภอเหล่าเสือโก้ก นั้น มีพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” งบเงินกู้ รัฐบาล ในพื้นที่ทั้งสิ้น 16 แปลง เป็นแปลง HLM พื้นที่ 1 ไร่ 4 แปลง และพื้นที่ 3 ไร่ 12 แปลง รวมทั้งสิ้น 16 แปลง มีการจ้างงานนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จำนวน 6 คน โดยได้รับงบประมาณโครงการฯ รวม 2,396,800 บาท และมีความคืบหน้าในการดำเนินการจัดทำสัญญา PO ในภาพรวมทุกกิจกรรมแล้ว 2,018,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 84.23 (ข้อมูลวันที่ 7 พฤษภาคม 2564)

พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี ยังได้กล่าวเป็นกำลังใจและให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอเหล่าเสือโก้ก ให้มีการวางแผนบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานในทุกมิติ ทั้งเรื่อง งาน งบ ระบบ คน สำหรับกรณีที่พื้นที่มีปัญหาในการดำเนินงานเเละเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขในพื้นที่ได้ ขอให้อำเภอรายงานให้จังหวัดทราบโดยเร็ว เพื่อจะได้ร่วมแก้ไขต่อไป และในกรณีที่มีแปลงเป้าหมายมีผลการดำเนินงานที่สามารถเป็น Best practices ขอให้อำเภอได้ทำการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องในช่องทางต่างๆ เพื่อให้เป็นตัวอย่างสำหรับแปลงอื่นในพื้นที่ต่อไป

จากนั้น เวลา 14.00 น. พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี และคณะ ได้ลงพื้นที่ ติดตามสนับสนุนการดำเนินงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” งบเงินกู้รัฐบาล ของนางอภัษฎา สีทัน บ้านจิก หมู่ 6 ตำบลแพงใหญ่ พื้นที่ 1 ไร่ ใช้แบบมาตรฐานกรมการพัฒนาชุมชน 1:2 ดินร่วนปนทราย ดำเนินการแล้วเสร็จ 100 % และแปลงนายไพฑูรย์ ญาณรมย์ บ้านกลาง หมู่ที่ 2 ตำบลแพงใหญ่ พื้นที่ 1 ไร่ ใช้แบบมาตรฐานกรมการพัฒนาชุมชน 1:2 ดินร่วนปนทราย อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่และดำเนินการแล้วร้อยละ 50 โอกาสนี้ พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี ยังได้เยี่ยมชมการประกอบสัมมาชีพของครัวเรือน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงพอเพียง ได้แก่ การปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะพริกหัวเรือ ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฯ และทำการปลูกในพื้นที่โคก หนอง นา แปลงดังกล่าวด้วย

ท้ายที่สุด พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี ได้พบปะและมอบแนวทางแก่กลุ่มเป้าหมายและนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) ที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ว่า “ขอชื่นชมการดำเนินการปรับพื้นที่ๆเสร็จเรียบร้อยแล้วตามกำหนด ในส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทางหน่วยงานและผู้รับจ้างก็ได้เร่งดำเนินการตามระเบียบของทางราชการให้ทันระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้สามารถเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นได้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในปัจจุบันนั้น ขอให้ทุกท่าน ร่วมกันสร้างทางรอด หรือแหล่งเรียนรู้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่คนในชุมชน โดยมีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานหลัก และเป็นพี่เลี้ยงในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ก่อให้เกิดผลดีต่อวิถีชีวิตให้สามารถพึ่งตนเอง สร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชน อย่างยั่งยืนต่อไป” นายคมกริช กล่าวด้วยความมุ่งมั่น