กู๊ดเยียร์ดำเนินการเข้าซื้อกิจการคูเปอร์เสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • เสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางระดับโลก
  • เสริมเติมเต็มจุดแข็งระหว่างแบรนด์ พร้อมนำเสนอคุณค่าที่ครอบคลุม
  • ส่งผลดีด้านการเงินในระยะยาว
  • เพิ่มโอกาสการต่อยอดด้านการผลิตและจัดจำหน่าย มอบคุณค่าให้ได้มากขึ้น
  • ขยายศักยภาพการลงทุนในโซลูชั่นส์เพื่อการขับเคลื่อนและงานบริการยานยนต์

บริษัท กู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ จำกัด (NASDAQ: GT) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการของ บริษัท คูเปอร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ จำกัด (NYSE: CTB) เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยได้สรุปข้อตกลงที่ชัดเจนต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การรวมกันนี้เป็นการรวมสองบริษัทยางชั้นนําที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์พร้อมบริการและความสามารถในการเป็นผู้นําที่แข็งแกร่งในสหรัฐอเมริกาและในอุตสาหกรรมยางทั่วโลก การควบรวมบริษัทจะช่วยเสริมเติมเต็มจุดแข็งระหว่างแบรนด์ พร้อมนำเสนอคุณค่าที่ครอบคลุมสําหรับลูกค้าและผู้บริโภคที่จะเลือกกู๊ดเยียร์ และคูเปอร์

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะนํากู๊ดเยียร์ และคูเปอร์ มารวมกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการรวมสองบริษัทที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์ที่มีคุณภาพสูง การรวมกันนี้เสริมสร้างความสามารถของกู๊ดเยียร์ ในการให้บริการผู้บริโภคได้มากขึ้นทั่วโลกและเพิ่มขนาดของธุรกิจให้สามารถรองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์และงานบริการยานยนต์  มร. ริชาร์ด เครเมอร์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกู๊ดเยียร์  กล่าวว่า การนำกู๊ดเยียร์ และคูเปอร์มารวมกันนั้น คาดว่าจะ:

  • เสริมความแข็งแกร่งของกู๊ดเยียร์ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางระดับโลก การควบรวมกิจการครั้งนี้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกู๊ดเยียร์ในฐานะผู้นำตลาดในสหรัฐฯ พร้อมขยายฐานไปยังตลาดอื่น ๆ ในทวีปอเมริกาเหนือ สำหรับตลาดจีน การผนึกกำลังของสองบริษัทจะช่วยขยายฐานให้กู๊ดเยียร์ได้เกือบสองเท่าจากพันธมิตรผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้น พร้อมขยายฐานช่องทางการจัดจำหน่ายยางอะไหล่คูเปอร์ผ่านเครือข่ายร้านค้าแบรนด์กู๊ดเยียร์ที่มีมากถึง 2,500 แห่ง
  • รวมพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่เสริมเติมเต็มกัน นำเสนอคุณค่าได้อย่างครอบคลุม กิจการที่ควบรวมแล้ว จะเปิดศักยภาพจุดแข็งของกู๊ดเยียร์ในด้านผลิตภัณฑ์ยางและยางระดับพรีเมียม ผนึกกับความเป็นผู้นำตลาดระดับกลางของแบรนด์คูเปอร์ โดยเฉพาะในตลาดรถเอสยูวีและรถบรรทุกขนาดเล็ก เมื่อความแข็งแกร่งของทั้งสองแบรนด์มาประสานเข้าด้วยกัน จะยิ่งเสริมให้มีผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจรมาตอบสนองต่อผู้จัดจำหน่ายและพันธมิตรร้านค้าต่าง ๆ
  • เสริมสถานะทางการเงินได้ในทันทีและในระยะยาว
  • การประสานประโยชน์และผลได้ทางภาษี กู๊ดเยียร์คาดการณ์ว่าจะประสานประโยชน์ด้านต้นทุน (cost synergy) ช่วยให้เกิดการประหยัดได้ประมาณ 165 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในช่วง 2 ปีนับจากควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ส่วนใหญ่เป็นการประหยัดต้นทุนได้จากหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน จึงช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังคาดว่าการควบรวมจะส่งผลให้กิจการมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (net present value) ที่ 450 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นอย่างน้อย อันเนื่องมาจากผลประโยชน์ด้านโครงสร้างภาษีของกู๊ดเยียร์ในสหรัฐฯ จึงช่วยลดภาระการจ่ายภาษีเป็นเงินสด ช่วยให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การประสานประโยชน์ด้านต้นทุนที่คาดการณ์ ไม่รวมถึงต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตแต่อย่างใด
  • ผลกำไรและงบดุล การควบรวมกิจการจะส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นทันที ส่งผลให้สถานะงบดุลของ กู๊ดเยียร์ดีขึ้น บริษัทจึงสามารถใช้ส่วนหนี้ให้น้อยลง
  • โอกาสการเพิ่มมูลค่าจากการผลิตและจัดจำหน่าย มีโอกาสในการขยายโรงงานคูเปอร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการบริหารเงินทุน และมีโอกาสสร้างรายได้ให้เติบโตมากขึ้นจากการผนวกแบรนด์คูเปอร์เข้ามาในเครือข่ายการจัดจำหน่ายของกู๊ดเยียร์ที่ครอบคลุมทั่วโลก
  • เพิ่มศักยภาพการลงทุนเพื่อพัฒนาโซลูชั่นส์การขับเคลื่อนและบริการยานยนต์ ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาดในสหรัฐฯ กิจการที่ควบรวมจะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ยางและบริการต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจร ด้วยสายสัมพันธ์ที่กู๊ดเยียร์มีกับกิจการรับจ้างผลิต (OEM) รายเก่าและรายใหม่ รวมทั้งผู้พัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ ผู้จัดหายานยนต์รายเก่าและใหม่ และแพลตฟอร์มเพื่อการขับเคลื่อนต่าง ๆ

ด้วยโมเดลธุรกิจ โครงสร้างองค์กร และช่องทางจัดจำหน่าย ที่เสริมเติมเต็มกัน กู๊ดเยียร์และคูเปอร์จะผนวกสิ่งที่ดีที่สุดเข้าด้วยกัน เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดแก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน

เนื่องจากธุรกรรมนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว ส่งผลให้หุ้นสามัญของคูเปอร์หยุดทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก