LONGi เปิดตัวโมดูล bifacial ชนิด N-type TOPCon รุ่น Hi-MO N ที่งาน SNEC 2021

LONGi unveiled its brand new bifacial module Hi-MO N at SNEC2021

การประชุม International Photovoltaic Electricity Generation and Smart Energy Conference & Exhibition (SNEC 2021) ครั้งที่ 15 ได้เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยภายในงานจัดแสดงชั้นนำของอุตสาหกรรมนี้ LONGi ได้เปิดตัวโมดูลbifacialพร้อมเซลล์ N-type TOPCon รุ่นแรกอย่าง Hi-MO N ซึ่งนับเป็นอีกครั้งที่บริษัทขึ้นแท่นผู้นำตลาด PV ด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง

Hi-MO N ยังคงใช้เซลล์ขนาด 182mm และโมดูลขนาด 72c โดยใช้เทคนิค HPC อันเป็นกรรมสิทธิ์ของ LONGi ซึ่งอาศัยเซลล์ N-type TOPCon (High Performance Cell with Hybrid Passivated Contact) ส่งผลให้มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงสุด 22.3% และผลิตพลังงานได้ 570W เมื่อผลิตเป็นจำนวนมาก Hi-MO N ออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์สูงเป็นพิเศษ และลดค่า LCOE ลงแตะระดับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสเกลสาธารณูปโภค โดยคาดว่าจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงอันสะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมในแง่ของประสิทธิภาพของโมดูลและผลผลิตทางพลังงาน

LONGi มีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีโมโนคริสตัลไลน์ซิลิคอน ไปจนถึงแนวทางการใช้เทคโนโลยี PERC ที่อาศัยศักยภาพของโมโนคริสตัลไลน์ซิลิคอนครอบคลุมเทคโนโลยีbifacialชนิด P-type ไปจนถึงมาตรฐานเวเฟอร์ M6 และ M10 ความก้าวหน้าแต่ละอย่างของ LONGi เป็นผลจากการเพิ่มพูนคุณประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมให้ถึงขีดสุดและลด LCOE ในคราวเดียวกัน เทคโนโลยีของ LONGi ได้เข้ามาเร่งอุตสาหกรรม PV โดยโมดูล TOPCon ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่อย่าง Hi-MO N นั้น เป็นผลงานชิ้นล่าสุดจากการคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของ LONGi เพื่อมอบสมรรถนะที่ดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

Hi-MO N มาพร้อมเซลล์ N-type TOPCon ที่ใช้เทคนิค HPC ของ LONGi เพื่อให้ได้ผลผลิตจากแผงสองหน้ามากขึ้น มีค่าสัมประสิทธิทางอุณหภูมิสูงขึ้นและค่าพลังงานแสงอาทิตย์ต่ำ อุณหภูมิการทำงานต่ำลง มีค่า LID และ PID ดีขึ้น โดยให้ผลผลิตทางพลังงานสูงกว่าโมดูลสองหน้าชนิด P-type ที่ใช้กันทั่วไปถึง 2-3%

Hi MO N ไม่ทำให้เกิดปัญหา PID ภายใต้ความเข้มของแสงอาทิตย์ ไม่ทำให้เซลล์เสียหาย และใช้เทคโนโลยีบัดกรีอัจฉริยะอันเป็นกรรมสิทธิ์ของ LONGi ส่งผลให้ปีแรกมีค่าความเสื่อมไม่ถึง 1% และค่าการเสื่อมสภาพเชิงเส้นก็ไม่ถึง 0.4% (เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปที่มีค่าความเสื่อมประมาณ 2% ในปีแรก และค่าการเสื่อมสภาพเชิงเส้นราว ๆ ปีละ 0.45%) และเมื่อประเมินจากวัฏจักร 30 ปีแล้ว โมดูล Hi-MO N น่าจะให้ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่พบเห็นทั่วไปในท้องตลาดถึง 2.45%

นอกเหนือจากผลผลิตพลังงานสูงและค่าเสื่อมสภาพแบบ LID ต่ำแล้ว Hi-MO N ยังช่วยลดต้นทุน BOS จากการที่โมดูลมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยโมดูลขนาด 182mm นี้ลดต้นทุนในส่วนของการติดตั้งแร็ค เคเบิล อินเวอร์เตอร์ และแรงงานลงให้เหลือน้อยที่สุดได้ ขณะที่ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานที่สูงถึง 22.3% นั้นก็เพิ่มขีดความสามารถที่ติดตั้งแล้วได้กว่า 3.5% ในพื้นที่ที่มีจำกัด พร้อมลดต้นทุน BOS ไปจนถึงต้นทุนอุปกรณ์ AC และต้นทุนในส่วนการปฏิบัติงานและบำรุงรักษาระบบตลอดวงจรชีวิตของโรงไฟฟ้า

ผลผลิตทางพลังงานและการลดต้นทุนระบบระหว่างวงจรชีวิตของ Hi-MO N นั้น มอบคุณประโยชน์ที่มากกว่าให้แก่ลูกค้า เมื่อเทียบกับโมดูลสองหน้าแบบ P-type ที่ใช้กันทั่วไปในตลาด

การเปิดตัว Hi-MO N ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ LONGi ประกอบด้วยตระกูล “Hi-MO N”, “Hi-MO 5” และ “Hi-MO 4” โดย Hi-MO 4 เหมาะกับการใช้งานตามภูเขาและพื้นที่ที่ควบคุมดูแลโมดูลได้ยาก ส่วน Hi-MO 5 เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมสำหรับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่พิเศษ ขณะที่ Hi-MO N เหมาะกับการใช้งานบนพื้นผิวที่มีแสงสะท้อนสูง อุณหภูมิสูง พื้นที่จำกัด และต้นทุนแรงงานสูง