Can-Am Off-Road ยังครองอิทธิพลในสนามแข่งระดับโลก หลังคว้าชัยชนะในศึก Dakar Rally ติดต่อกันเป็นครั้งที่ห้า

แบรนด์ Can-Am Off-Road ของ BRP (TSX: DOO) (NASDAQ: DOOO) ยังคงครองอิทธิพลในสนามแข่งระดับโลกได้หลังผ่านปีใหม่มาได้ไม่นาน โดยครั้งนี้กวาดอันดับหนึ่งมาได้ถึง 2 หมวดในการแข่งขันอันเลื่องชื่ออย่าง Dakar Rally ในซาอุดีอาระเบีย ชัยชนะดังกล่าวเสริมแกร่งให้กับตำแหน่งแชมป์ที่แบรนด์ได้ครองมาอย่างเหนียวแน่นถึง 5 ครั้งติดต่อกันที่ Dakar Rally ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นการแข่งขันออฟโรดที่ทรหดที่สุดในโลก

Austin Jones (สหรัฐ) นักแข่งรถของ Can-Am Factory และ Gustavo Gugelmin (บราซิล) เนวิเกเตอร์คู่หู จบการแข่งขันด้วยเวลารวมดีที่สุดในหมวด T4 ซึ่งเป็นหมวดสำหรับรถออฟโรดแบบ side-by-side ที่มีการผลิตจำนวนมาก ส่วน Gerard Farrés (สเปน) มาเป็นอันดับสอง และ Rokas Baciuska (ลิทัวเนีย) ที่อันดับสาม ทำให้ Can-Am กวาดรางวัลไปทั้งโพเดียม ซึ่งที่จริงแล้ว ผู้เข้าเส้นชัย 17 รายแรกในหมวด T4 ขับ Can-Am ทั้งหมด และรถที่ไม่ใช่ Can-Am ซึ่งเข้าเส้นชัยเป็นคันที่ 18 ตามหลัง Jones และ Gugelmin ถึง 9 ชั่วโมงครึ่ง

สำหรับหมวด T3 ซึ่งเป็นหมวดของรถต้นแบบที่สร้างขึ้นโดยผู้ผลิตที่มีความชำนาญพิเศษและอยู่ในขั้นสุดท้ายก่อนที่จะอยู่หมวดรถนั้น นักแข่งรถ Can-Am เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งและสอง โดย Francisco Lopez และเนวิเกเตอร์คู่หูอย่าง Juan Pablo Latrach Vinagre (มาจากชิลีทั้งคู่) เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย Sebastian Eriksson (สวีเดน) และเนวิเกเตอร์คู่หูอย่าง Wouter Rosegaar (เนเธอร์แลนด์)

“การคว้าชัยชนะในสนาม Dakar Rally เป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก” คุณ Jones กล่าว “อีเวนต์นี้เป็นบททดสอบอันเป็นที่สุดของการแข่งรถออฟโรด ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ และเราทุ่มสุดตัวจนถึงเส้นชัยท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือด โดยเนวิเกเตอร์และทีมงานทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วน Can-Am ก็สุดยอดมาก ๆ ในเรื่องสมรรถนะและความทนทาน”

การแข่งขัน Dakar Rally ปี 2565 ครอบคลุมเส้นทางประมาณ 5,200 ไมล์ (8,400 กิโลเมตร) ผ่านภูมิประเทศที่ต้องใช้เทคนิคและท้าทายมากเป็นอันดับต้น ๆ ของซาอุดีอาระเบีย ผู้ขับรถต่างเผชิญกับหน้าผา หุบเขาลึก เนินทราย และทางที่เต็มไปด้วยหิน นับเป็นบททดสอบทักษะและสมรรถนะของรถที่ขับขี่

นักแข่งรถ Can-Am ได้รับการสนับสนุนจาก South Racing Can-Am ซึ่งมีบุคลากรกว่า 150 คนในซาอุดีอาระเบียที่คอยให้ความช่วยเหลือในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องระบบเครื่องยนต์กลไก โลจิสติกส์ ไปจนถึงอาหารสำหรับนักแข่งรถ Can-Am Maverick X3 กว่า 21 ชีวิต รถ Can-Am ที่ South Racing สร้างขึ้นนั้นทำสถิติถึงเส้นชัยได้ 100% ในสนาม Dakar Rally และคว้าชัยชนะในหมวดรถ side-by-side มาทุกปีนับตั้งแต่ปี 2561

“ผลงานที่ทีม Can-Am Off-Road เพิ่งทำไว้ที่ Dakar Rally เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริง” Sandy Scullion รองประธานอาวุโสฝ่าย Global Retail and Service – Powersports ของ BRP กล่าว “เรามีทีมที่เป็นที่สุดของที่สุด ทั้งนักแข่ง ฝ่ายสนับสนุน ไปจนถึงแพลตฟอร์ม Can-Am Maverick X3 อันยอดเยี่ยม เราอดใจรอสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการแข่งรถตลอดระยะเวลาที่เหลือของปีนี้ไม่ได้แล้ว โดยเรามีแผนสานต่อพลังขับเคลื่อนนี้ต่อไปด้วยการครองแชมป์จากทั่วทุกมุมโลก”

Maverick X3 รุ่นปี 2565 วางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ผู้แทนจำหน่ายทั่วโลก โดยเป็นรถที่สร้างขึ้นเพื่อความสำเร็จ เป็นรถออฟโรดที่ผ่านสนามแข่งมาแล้วซึ่งจะพาคุณไปอีกระดับ ไม่ว่าจะแล่นอยู่ในเส้นทางในพื้นที่ของคุณเอง ขับตะลุยเนินทราย หรือเตรียมรับมือกับการแข่งครั้งใหญ่ครั้งต่อไป ดูรายละเอียดทางเทคนิคและสเป็กรถ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับรถ Can-Am Off-Road ครบทั้งไลน์ MY22 ได้ที่ https://can-am.brp.com/off-road/