บทความ : “ประกันภัยรถยนต์” ของที่รถทุกคันควรต้องมี! คุ้มครองอุ่นใจ ช่วยแบ่งเบาภาระได้ ยามฉุกเฉิน

เพราะชีวิต คือ การเดินทาง ทำให้หลังจากภาครัฐคลายล็อกดาวน์และเปิดให้ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ภาพที่ปรากฏชัดคือ การจราจรที่หนาแน่นบนท้องถนน ผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ต่างต้องออกเดินทาง ไม่ว่าจะไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ หรืออื่น ๆ มากมาย แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่โควิด-19 ยังแพร่ระบาด แถมส่อแววว่าจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันไปอีกนาน เรื่องของความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญ ดังนั้น หากเลือกได้ผู้คนส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และหันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว อาจจะช่วยให้ถึงที่หมายได้อย่างสะดวกสบายและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรคระบาด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากทุกสิ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะบนท้องถนนยังมีความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด แม้เราจะขับรถมีวินัยและไม่ประมาท “ประกันภัยรถยนต์” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้รถยนต์ต้องมี

แน่นอนว่าจะจ่ายเบี้ยประกันก้อนโตทั้งที หลายคนคงมีคำถามคาใจ โดยเฉพาะคนที่มั่นใจในฝีมือการขับขี่ ถนนนี้ช่ำชองแทบจะหลับตาขับได้ แถมมีวินัยไม่มีนิสัยชอบแหกกฎจราจร มีแค่ประกันภัยภาคบังคับก็พอ ไม่จำเป็นต้องทิ้งเงินไปทุกปีโดยไม่ได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมกลับมา ซึ่งบอกเลยว่า “เข้าใจผิด” เพราะแท้จริงแล้ว การทำประกันภัยรถยนต์ เป็นความรับผิดชอบต่อทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างดีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด และเหล่านี้คือความคุ้มครอง พร้อมเหตุผลที่สรุปมาให้ว่าทำไมต้องมี “ประกันภัยรถยนต์”    

  • คุ้มครองรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ทั้งในกรณีที่มีคนขับมาชน อุบัติเหตุ รวมไปถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ชีวิต ร่างกายของคู่กรณี ซึ่งความคุ้มครองในส่วนนี้มักอยู่ในรูปแบบของประกันชั้น 1 เหมาะสำหรับรถใหม่ป้ายแดง รวมถึงรถที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี, ผู้ขับขี่มือใหม่ไร้ประสบการณ์, รถที่ใช้งานหนักหรือใช้งานเป็นประจำ
  • คุ้มครองความเสียหายกรณีรถสูญหาย ไฟไหม้ อุบัติเหตุจากการจอด การจอดรถในที่ประจำนาน ๆ แม้จะคิดว่าปลอดภัยแล้ว แต่ในทางกลับกัน ไม่สามารถทราบได้เลยว่า ภัยจากธรรมชาติจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อาทิ กิ่งต้นไม้หักทับรถ รถคันอื่นถอยมาชน ไฟไหม้รถ หรือแม้กระทั่งการโดนขโมย การมีประกันรถยนต์ก็จะช่วยคุ้มครองได้มาก ซึ่งหลายๆ ส่วนนอกจากจะมีในรูปแบบของประกันชั้น 1 แล้ว ในประกันชั้น 2 ก็มีความคุ้มครองลักษณะดังกล่าวด้วยเช่นกัน
  • คุ้มครองความเสียหายสำหรับทรัพย์สินของคู่กรณี และความเสียหายของตัวรถ นอกจากความคุ้มครองในข้างต้นที่กล่าวมาแล้วนั้น ความคุ้มครองที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของคู่กรณี ก็เป็นอีกหนึ่งความคุ้มครองที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น อาทิ ถอยรถชนผู้อื่น สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินผู้อื่น ซึ่งในความคุ้มครองนี้จะมีทั้งในประกันรถยนต์ชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 
  • การแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แน่นอนว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ขึ้นกับรถส่วนตัว หรือกับผู้อื่น การทำประกันรถยนต์จะช่วยคุ้มครองในเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระการจ่ายเงินก้อนโตให้กับผู้ใช้รถได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายนี้ ฝากไว้ให้คิดว่า ความสำคัญของการมีประกันรถยนต์ คือ เรื่องความคุ้มครองหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาไม่มากก็น้อยได้เป็นอย่างดี ซึ่งต่างจากการไม่มีประกันภัยให้ความคุ้มครอง เพราะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เอง เสียเวลาเจรจากับคู่กรณี เป็นต้น ดังนั้น แม้จะมีประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ที่ดูแลค่ารักษาพยาบาลทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ และค่าชดเชย แต่การมีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าประกันที่ซื้อเพิ่ม จะช่วยสร้างความอุ่นใจจากความคุ้มครองในการขับขี่และดูแลความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งของตัวเราและคู่กรณี