เวนเจอร์ โกลบอล ประกาศข้อตกลง ซื้อขายก๊าซแอลเอ็นจีกับเอ็กซอนโมบิล

วันนี้ เวนเจอร์ โกลบอล แอลเอ็นจี (Venture Global LNG) ประกาศทำสัญญาซื้อขาย (SPA) ระยะยาว 2 ฉบับกับเอ็กซอนโมบิล แอลเอ็นจี เอเชีย แปซิฟิก (ExxonMobil LNG Asia Pacific หรือ EMLAP) เพื่อขายก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี จำนวน 2 ล้านตันต่อปี (MTPA) โดยในข้อตกลงดังกล่าว บริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลแห่งนี้จะซื้อก๊าซแอลเอ็นจี 1 ล้านตันต่อปีจากโรงก๊าซแอลเอ็นจีพลาคไมน์ (Plaquemines LNG) และอีก 1 ล้านตันต่อปีจากโรงก๊าซแอลเอ็นจีซีพี2 (CP2) ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาการจัดหาฉบับที่สองสำหรับโรงก๊าซแอลเอ็นจีซีพี2 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2566 โรงก๊าซทั้งสองแห่งนี้จะนำการออกแบบอันเป็นนวัตกรรมแบบเดียวกับที่ใช้อยู่ปัจจุบันที่โรงก๊าซแคลคาชูพาส (Calcasieu Pass) มาใช้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผลิตก๊าซแอลเอ็นจีล็อตแรกได้ในเวลาเพียง 29 เดือนหลังจากที่ได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ไป

“เวนเจอร์ โกลบอล รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เอ็กซอนโมบิลเลือกที่จะร่วมมือกับเราในทั้งสองโครงการถัดไปของเราอย่างพลาคไมน์และซีพี2” ไมค์ เซเบิล (Mike Sabel) ซีอีโอบริษัทเวนเจอร์ โกลบอล แอลเอ็นจี กล่าว “ในฐานะผู้นำด้านก๊าซแอลเอ็นจีระดับโลกรายหนึ่ง การที่เอ็กซอนโมบิลร่วมสนับสนุนนวัตกรรมและการดำเนินการทางวิศวกรรมของเวนเจอร์ โกลบอล นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของทั้งสองทีม รวมถึงตลาดแอลเอ็นจีในภาพรวม เวนเจอร์ โกลบอล หวังที่จะสานต่อความร่วมมือของทั้งสองบริษัทไปอีกหลายปี เพื่อมอบพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำลงให้กับทั้งโลก”

“ก๊าซแอลเอ็นจีมีบทบาทสำคัญในการช่วยสังคมลดการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม” ปีเตอร์ คลาร์ค (Peter Clarke) รองประธานอาวุโสแผนกก๊าซแอลเอ็นจี ประจำธุรกิจต้นน้ำ บริษัทเอ็กซอนโมบิล กล่าว “เราหวังที่จะทำงานร่วมกับเวนเจอร์ โกลบอล ต่อไป ในขณะที่เราขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจแอลเอ็นจีของเอ็กซอนโมบิลให้เติบโต และเดินหน้าตามแผนงานในการส่งมอบก๊าซธรรมชาติจากแถบกัลฟ์โคสต์ของสหรัฐสู่ตลาดโลกอย่างน่าเชื่อถือ”