คู่มือท่องเที่ยว: ทัวร์เสมือนจริงแคมเปญงานศิลป์สเกลยักษ์ “Arts in Hong Kong” Virtual Tour ตะลุยย่าน “เกาลูนตะวันตก”

สารบัญ:

  1. แคมเปญงานศิลป์สเกลยักษ์ “Arts in Hong Kong” (รายละเอียดแคมเปญ)
    1. เขตวัฒนธรรมเกาลูนตะวันตก (West Kowloon Cultural District: WKCD)
    2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลก (แหล่งรวมงานศิลป์อินเตอร์ประจำย่าน)
      1. M+
      2. พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (Hong Kong Palace Museum)
    3. ศิลปะและวัฒนธรรมประจำ “ย่านเกาลูนตะวันตก” (เกร็ดความรู้เกี่ยวกับย่านอาร์ต โลคอล)
      1. โรงแรมอาร์ตบูทีค “ตังนำโหล”
      2. ร้านรองเท้าปัก Sindart
      3. ร้านไพ่นกกระจอก Biu Kee Mah-Jong
  1. ผู้ดำเนินรายการ
    1. พิธีกร
    2. ทีมงาน M+
    3. ผู้แทนจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง

 

  1. แคมเปญงานศิลป์สเกลยักษ์ “Arts in Hong Kong” ย่านเกาลูนตะวันตก

“ย่านเกาลูนตะวันตก” ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาลูน นับเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมและศิลปะระดับโลกมากมาย ชุมชนท้องถิ่นประจำย่านอย่าง จอร์แดน (Jordan) และ เหยามาเต่ย (Yau Ma Tei) เป็นแหล่งรวมของศิลปะร่วมสมัย งานฝีมือแบบดั้งเดิม และการผสมผสานของประเพณีและนวัตกรรม ล้วนเป็นผลงานความคิดสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดที่สมบูรณ์แบบ จากเหล่าผู้มากพรสวรรค์ระดับท้องถิ่น เขตวัฒนธรรมเกาลูนตะวันตก (West Kowloon Cultural District: WKCD) ที่ตั้งตระหง่านบริเวณริมอ่าววิกตอเรียนั้นมีโครงการทางวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง M+ และ พิพิธภัณฑ์ Hong Kong Palace ที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุด ซึ่งดึงความสนใจจากทั่วโลกให้มาค้นพบกับการนำเสนอศิลปะระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ

 

พิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลก

M+

                     

M+ ตั้งอยู่บน Victoria Harbour Promenade                          ภายใน M+

M+ คือหนึ่งในพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมภาพสมัยใหม่และร่วมสมัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมภาพร่วมสมัยระดับโลกแห่งแรกของเอเชีย M+ ได้เปิดให้เข้าชมไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยนำเสนอผลงานประมาณ 1,500 ชิ้น ที่นำมาจาก M+ Collections บนพื้นที่จัดนิทรรศการขนาด 17,000 ตารางเมตร ซึ่งครอบคลุมห้องจัดแสดงจำนวน 33 ห้องและพื้นที่จัดแสดงอื่นๆ ในพิพิธภัณฑ์ อาคาร M+ เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของฮ่องกงและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดแห่งใหม่ล่าสุด ด้วยหน้าจอขนาดยักษ์ M+ Facade ขนาด 65 เมตรที่มองเห็นได้อย่างโดดเด่นจากเกาะฮ่องกง

 

พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (Hong Kong Palace Museum)

พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกงมุ่งที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสถาบันทางวัฒนธรรมชั้นนำของโลกที่ทุ่มเทในการศึกษาและให้ความสำคัญกับศิลปะและวัฒนธรรมของจีน พร้อมทั้งส่งเสริมความเชื่อมโยงท่ามกลางอารยธรรมโลกผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้วยแนวปฏิบัติทางภัณฑารักษ์ใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะนำเสนอมุมมองของฮ่องกงและวิสัยทัศน์ระดับโลก ผ่านการจัดแสดงงานที่ดีที่สุดจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังและสถาบันทางวัฒนธรรมที่สำคัญอื่น ๆ ทั่วโลก

 

ศิลปะและวัฒนธรรมในย่านเกาลูนตะวันตก

           

อาคารพิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง                                  ภายในพิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง

 

โรงแรมอาร์ตบูทีค “ตังนำโหล”

           

ตังนำโหล อาร์ต โฮเทล                                                    ประสบการณ์ศิลปะที่แตกต่างในตังนำโหล

ตังนำโหลเป็นอาคารเก่าแก่ที่ผ่านการดัดแปลงให้เป็นโรงแรมศิลปะแบบบูทีคในย่านเหยามาเต่ย โดยครั้งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เคยเป็นร้านอาหารทะเล ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงาน และกลายเป็นโรงแรมที่เฉลิมฉลองความรุ่งเรืองทางศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นในท้ายที่สุด งานศิลปะล้ำสมัยที่มาในรูปแบบของการเสริมประสบการณ์ช่วยเติมเต็มความรู้สึกของผู้เข้าชมในแบบที่เหนือจินตนาการ เมื่อมา ณ ที่นี้ ทุกคนจะได้ดื่มด่ำไปกับศิลปะกันอย่างเต็มที่ รวมถึงได้ลงมือแต่งแต้มสร้างงานจากความเข้าใจอันลึกซึ้งถึงความสร้างสรรค์ของผู้คนในพื้นที่

 

ร้านรองเท้าปัก Sindart

             

Sindart ทำรองเท้าด้วยการปักแบบดั้งเดิม                                มิรุ หว่องเจ้าของรุ่นที่สามของ Sindart

หน่ายรองเท้าปักแบบดั้งเดิมมาตั้งแต่ปี 2501 โดยสถานที่แห่งนี้ได้สร้างชีวิตใหม่ให้กับรองเท้าจีนโบราณ มิรุ หว่อง (Miru Wong) เจ้าของรุ่นที่สาม สืบทอดทักษะการปักผ้าที่มีความละเอียดลออจากคุณปู่ และได้แต่งเติมลูกเล่นใหม่ๆ ให้กับรองเท้าแตะผ้าไหมเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยลวดลายและสีสันที่แปลกไปจากเดิม ตลอดจนรองเท้าแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นส้นเตี้ยหรือส้นสูงที่ใช้สวมทับรองเท้าแตะแบบดั้งเดิม สินค้าเหล่านี้จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ไปโดยปริยาย

 

ไพ่นกกระจอก Biu Kee Mah-Jong

ร้านไพ่นกกระจอก Biu Kee Mah-Jong

   

ลุงคิง ผู้เป็นเจ้าของร้านกำลังแกะสลักไพ่นกกระจอก

ลุงคิง แห่งร้าน Biu Kee Mah-Jong คือหนึ่งในปรมาจารย์ที่ยังประดิษฐ์ประดอย แกะสลักไพ่นกกระจอกทำมือในฮ่องกง เกมไพ่นกกระจอกมีรากฐานที่ฝังแน่นอยู่ในประเพณีวัฒนธรรมของจีน ซึ่งแต่ก่อนนี้มักจะเล่นกันในวันรวมญาติ หรือในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วันตรุษจีน ด้วยการเป็นปรมาจารย์ด้านงานฝีมือโดยแท้มาเป็นเวลากว่า 5 ทศวรรษ ลุงคิงจะสลักสัญลักษณ์และตัวเลขต่างๆ อย่างช่ำชองลงบนพื้นผิวที่เรียบเนียนของแผ่นกระเบื้องเปลือยเปล่า ก่อนที่จะเปลี่ยนให้สัญลักษณ์เหล่านั้นมีชีวิตชีวาด้วยสีสันอันสดใส นอกจากนี้เขายังสามารถสร้างสรรค์ลวดลายตามความต้องการของผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นการสลักชื่อหรือทำเป็นรูปตัวการ์ตูน

  1. ผู้ดำเนินรายการ

พิธีกร

คริสเตียน หยาง (Christian Yang) 

คริสเตียน หยาง หนุ่มเชื้อสายมอริเชียส-ฝรั่งเศสที่เกิดและโตในฮ่องกง ด้วยความหลงใหลในการทำอาหาร คริสเตียนตัดสินใจเลือกเรียนในสายงานบริการและการโรงแรมที่สถาบันชั้นนำในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากการสั่งสมประสบการณ์และฝึกปรือฝีมือเพื่อก้าวขึ้นเป็นเชฟระดับมิชลินสตาร์มาแล้วทั่วยุโรป ปัจจุบันคริสเตียนเป็นเชฟขี้เล่นที่ผู้คนต่างคุ้นตาจากรายการอาหารกว่า 400  ตอนทางโทรทัศน์ และการร่วมงานกับแปดแบรนด์สินค้า ที่รวมไปถึงเจ้าดังอย่างแมคโดนัลด์ ซูเปอร์แฟนฮ่องกงและผู้ดำเนินรายการอาหารทั้งในและต่างประเทศท่านนี้แบ่งปันความรักในโลกแห่งอาหารอัน “แสนสนุก” กับผู้ชมรายการ พร้อมพิสูจน์ฝีมือในการเป็นเชฟชื่อดังแห่งฮ่องกง

เวอร์จิเนีย ชาน (Virginia Chan)

เวอร์จิเนียเกิดที่แคนาดาและเป็นซูเปอร์แฟนตัวยงของฮ่องกง โดยเวอร์จิเนียเดินหน้าโปรโมตฮ่องกง รวมไปถึงมรดกวัฒนธรรมและประเพณีอันโดดเด่นของเกาะแห่งนี้ด้วยความหลงใหลจากใจจริง นอกจากจะเป็นนักชิมอาหารชื่อดังจากรายการ “Restaurants on the Edge” บน Netflix แล้ว เธอยังเป็นผู้เชี่ยวชาญและครูสอนเล่นไพ่นกกระจอกแบบจีนโบราณอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เวอร์จิเนียยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Humid with a Chance of Fishballs ที่มีความเชี่ยวชาญในการท่องเที่ยวแบบ “ชวนชิมร้านลับ” พร้อมทำคอนเทนต์บน YouTube เพื่อแบ่งปันวัฒนธรรมที่แท้จริงของฮ่องกง

ทีมงาน M+

สุฮันยา ราฟเฟล (Suhanya Raffel) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ M+

เป็นผู้กำหนดทิศทางของ M+ ในภาพรวมและดูแลกิจการพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงการจัดหาชิ้นงาน การกำหนดโปรแกรมจัดแสดง การดูแลคอลเลกชันงานแสดง การพัฒนา การวิจัย การสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบัน และการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์ ทั้งยังเป็นผู้นำในพันธกิจต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ด้วยการผลักดันให้เกิดการเข้าถึงงานศิลปะในระดับสากล และส่งเสริมความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับชุมชนในท้องถิ่น

โดรยุน ชอง (Doryun Chong) รองผู้อำนวยการ ภัณฑารักษ์ และหัวหน้าภัณฑารักษ์ M+

รับหน้าที่ดูแลกิจกรรมและโครงการพัฒนางานร่วมกับศิลปินทั้งหมดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งรวมไปถึงการจัดหาชิ้นงาน การจัดนิทรรศการ โครงการเรียนรู้และการจัดงานสาธารณะ รวมถึงโครงการด้านดิจิทัลต่างๆ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้นำในการสร้างโอกาสเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงของคอลเลกชันที่จัดแสดงใน M+ และผลักดันทิศทางการสร้างสรรค์งานร่วมกับศิลปิน รวมถึงศาสตร์การสอนด้านการจัดแสดงนิทรรศการและโครงการต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑ์ ให้ชูเด่นด้านการเล่าเรื่องที่สอดประสานวัฒนธรรมภาพในศตวรรษที่ 20 และ 21 ซึ่งมีความหลากหลายจากวัฒนธรรมของนานาประเทศ

ซิลเก ชมิเกล (Silke Schmickl) หัวหน้าภัณฑารักษ์ ฝ่ายภาพเคลื่อนไหว M+

ก่อนหน้านี้เคยเป็นภัณฑารักษ์ประจำอยู่ที่หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Gallery Singapore), สถาบันศิลปะร่วมสมัยแห่งสิงคโปร์ (Institute of Contemporary Arts Singapore) และผู้อำนวยการร่วมของ Lowave ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างสรรค์งานร่วมกับศิลปินและสำนักพิมพ์สำหรับภาพเคลื่อนไหว เธอเป็นผู้ริเริ่มและกำกับโครงการศิลปะและภาพยนตร์มากมายที่อุทิศให้กับศิลปะฉากใหม่ๆ ในตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชีย อีกทั้งยังเป็นแกนนำในโปรเจคว่าจ้างศิลปินร่วมสมัยชั้นนำ และจัดนิทรรศการระดับนานาชาติอีกด้วย

ผู้แทนจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง

ดร. เดซี่ หวัง (Dr Daisy Wang) รองผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง

ผู้รับผิดชอบในการจัดนิทรรศการ งานวิจัย คอลเลกชันงานศิลป์ การตีพิมพ์บทความ การเรียนรู้ และโครงการที่เอื้อให้เกิดการมีส่วนร่วมของบุคคลทั่วไป เธอเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการจัดนิทรรศการศิลปะจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีต่างๆ หลายสิบโครงการ นอกจากนี้ ด้วยการร่วมมือกับแจน สจ๊วต (Jan Stuart) หวังได้จัดนิทรรศการ “จักรพรรดินีแห่งเมืองต้องห้ามของจีน” และเป็นบรรณาธิการร่วมสำหรับงานตีพิมพ์ดังกล่าว ซึ่งได้รับรางวัลงานวิจัยจากเลขาธิการสถาบันสมิธโซเนียนในปี 2562 โดยนิทรรศการนี้ได้รับเลือกให้เป็น “การจัดแสดงเนื้อหาเฉพาะเรื่อง/ประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุด” ในปี 2561 โดย Boston Globe และ “นิทรรศการระดับนานาชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดจากพิพิธภัณฑ์จีน” ในปี 2562 โดย China Art Exhibition Center หวังพิสูจน์การเป็นผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ด้านการสะสม ลายรดน้ำ ภาพเหมือนของราชวงศ์ชิง และประวัติศาสตร์การถ่ายภาพในประเทศจีน ด้วยการตีพิมพ์ผลงานในระดับสากล