DITP อวดโฉมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยดาวเด่น เพิ่มมูลค่าตอบโจทย์ BCG Model ตอบรับเทรนด์ตลาดโลก เจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ

หลังจากติวเข้มในโครงการ “พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดต่างประเทศ” ประจำปี 2565 เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจใหม่ BCG Model  โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ล่าสุดได้เปิดโฉมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยดาวเด่นอย่างเป็นทางการ

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เข้าร่วมโครงการ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม สอดคล้องตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบัน ประกอบด้วย กลุ่ม Social Activity ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับบำรุงผิวและร่างกายให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน กลุ่ม Outdoor Vibe ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับการปกป้องและฟื้นฟูผิวจากกิจกรรมกลางแจ้ง และ กลุ่ม Workaholic ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน และบำบัดด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติ โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่มนี้ได้รับการพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ และปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ ยาดมสมุนไพรแบรนด์เฌอเอม บาล์มบำรุงผิวแบรนด์บ้านหมอละออง และยาสีฟันสมุนไพรแบรนด์ชูชอบ ยาดมสมุนไพร “เฌอเอม” ในกลุ่ม Workaholic ยาดมที่เลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิคจากเกษตรกรไทย ได้ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่หลังได้เข้าร่วมโครงการถึง 4 กลิ่น ได้แก่ สีเขียว กลิ่นที่มีส่วนผสมจากหญ้าแฝก สีส้ม กลิ่นที่มีส่วนผสมจากส้ม สีม่วง กลิ่นที่มีส่วนผสมจากอโรม่า ออยล์ และสีฟ้าคราม กลิ่นที่มีส่วนผสมจากขิงและชาข้าว  

นายอัครพจน์ ตั้งตรงจิตร กรรมการผู้จัดการ หจก.จิสประพัจน์ กล่าวว่า ถือเป็นการยกระดับเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ให้สอดคล้องกับแนวคิด BCG Model ตอบโจทย์เทรนด์โลกในปัจจุบัน ที่ผู้บริโภคต่างให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีโอกาสสูงมากในการขยายสู่ตลาดโลก โดยเตรียมนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ไปขยายตลาดทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในภูมิภาคเอเชีย เช่น กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา ไต้หวัน อินเดีย และศรีลังกา รวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ บาร์เรน โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากเป็นตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์สมุนไพร และนิยมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพ

ส่วนกลุ่ม Outdoor Vibe  โดย “บ้านหมอละออง” ผลิตภัณฑ์บาล์มบำรุงผิว ที่ปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้มีความทันสมัยและมีความสวยงามมากขึ้น รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถย่อยสลายได้ สอดคล้องกับ BCG Model เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดโลก

นางศิริวิไล แอนกาดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านหมอละออง กล่าวว่า เตรียมนำผลิตภัณฑ์บ้านหมอละอองที่ได้ปรับโฉมใหม่ขยายช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศจะมุ่งไปที่ร้านเพื่อสุขภาพ ร้านค้าปลีกผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ส่วนตลาดต่างประเทศ จะขยายสู่ภูมิภาคเอเชีย และภูมิภาคตะวันออกลาง เนื่องจากผู้บริโภคมีความชื่นชอบผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ซึ่งผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังที่ต้องการบำรุงมากเป็นพิเศษ โดยหลังจากนี้เตรียมนำแนวคิดของ BCG Model มายกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์อย่างเข้มข้นมากขึ้น

แบรนด์ “ชูชอบ” ผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน ในกลุ่ม Social Activity ยาสีฟันที่เลือกใช้วัตถุดิบจากสมุนไพรไทย รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติ เพื่อมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความยั่งยืนและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้จะนำ BCG Model มาปรับใช้กับการบริหารแบรนด์ต่าง ๆ ในเครืออย่างต่อเนื่อง

นายชูชอบ มหัทธนาเดช กรรมการผู้จัดการ หจก.ชูชอบ เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืน และเตรียมนำผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ไปขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และซาอุดิอาระเบีย รวมถึงภูมิภาคยุโรป เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ประกอบกับประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสมุนไพรที่มีชื่อเสียงระดับโลก ส่วนตลาดในประเทศจะมุ่งขยายช่องทางร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อรองรับการก้าวสู่สังคมสูงวัย ซึ่งประชากรกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ

แผนขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่อจากนี้ กรมฯ จะเร่งขยายตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทั้งการนำไปทดสอบตลาดในศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ (Siam Discovery) เมื่อวันที่ 1-3 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา พร้อมนำไปจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Shopee ภายใต้ร้าน SELECTED THAI BRAND จัดขึ้นระหว่างวันที่  1-10 กันยายน 2565 ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในระยะยาว รวมทั้งการผลักดันขยายตลาดส่งออกรองรับการเป็นศูนย์กลางการส่งออกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของโลก หรือ “เวิล์ด เฮิร์บ ฮับ” (World Herb Hub)