BusinessIT

OPPO พร้อมสร้างอนาคต 5G-Advanced และ Ambient IoT

Spread the love

OPPO พร้อมสร้างอนาคต 5G-Advanced และ Ambient IoT

5G-Advanced (5G-A) คือวิวัฒนาการขั้นต่อไปของ 5G นำพาเราเข้าสู่ยุคใหม่ของการสื่อสารไร้สายที่ได้รับการยกระดับด้วยการผสาน AI และยังวางรากฐานสำหรับเครือข่าย 6G ในอนาคต สำหรับคนที่อยากรู้จักประสบการณ์ใหม่ ๆ ของโลก 6G อันล้ำสมัย OPPO มีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G-Advanced (5G-A) ล่าสุด ซึ่งผลงานเหล่านี้ได้มอบข้อมูลเชิงลึกที่มีความสำคัญ

OPPO คือผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่ 5G-A โดยผลักดันนวัตกรรมในด้านสำคัญต่างๆ เพื่อมอบความเร็วที่เร็วขึ้น ความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้น และเครือข่ายอัจฉริยะที่จะยกระดับการเชื่อมต่อและการสื่อสารของเรา ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนร่วมสำคัญใน 3GPP (The 3rd Generation Partnership Project) ซึ่งเป็นองค์กรมาตรฐานการสื่อสารระดับโลกที่กำหนดมาตรฐานต่างๆ เช่น 5G และ 6G บริษัท OPPO ได้มีส่วนร่วมในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. Ambient IoT:

อุปกรณ์ Ambient IoT สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ และลดความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ด้วยการใช้เทคโนโลยีสำคัญๆ เช่น การเก็บเกี่ยวพลังงานจากสิ่งแวดล้อม การสื่อสารที่ใช้พลังงานต่ำมาก และการประมวลผลที่ใช้พลังงานต่ำมาก เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสมากมายสำหรับทั้งการใช้งานของผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม

OPPO เป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมด้าน Ambient IoT และได้นำเสนอต้นแบบ “Zero-Power Tag” ในงาน MWC2023 และได้รับรางวัลเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมประจำปี 2023 จากนิตยสาร Time ด้วยการสะสมผลงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ของ OPPO และการแลกเปลี่ยนความรู้กับภาคอุตสาหกรรมตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา OPPO กำลังเปิดเผยเอกสารวิจัยฉบับอัปเดตเกี่ยวกับรายละเอียดความท้าทายและความคืบหน้าล่าสุดของ Ambient IoT

  1. การผสานรวม AI เข้ากับระบบการสื่อสาร:

ด้วยการผสานรวม AI เข้ากับระบบการสื่อสาร  OPPO กำลังปูทางสู่เครือข่ายอัจฉริยะ ที่สามารถปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพได้แบบเรียลไทม์ การผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับระบบการสื่อสาร ไม่เพียงแต่ยกระดับขีดความสามารถของ 5G ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังวางรากฐานสำหรับเครือข่าย 6G ในอนาคตอีกด้วย เปิดศักราชใหม่ของการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และ ตอบโจทย์การใช้งานส่วนบุคคล

  1. การพัฒนาเทคโนโลยี Sidelink เพื่อการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์:

OPPO ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยี Sidelink ซึ่งช่วยให้เครื่องมือสื่อสารกันเองได้โดยตรงโดย ไม่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย ความก้าวหน้าครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสถานการณ์ที่สัญญาณเครือข่ายอ่อนแอ และเป็นประโยชน์แก่การใข้งานในสาขาต่างๆ เช่น งานด้านความปลอดภัยสาธารณะ, การฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ, และอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีศักยภาพที่จะปฏิวัติวิธีการเชื่อมต่อในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

  1. บุกเบิกเทคโนโลยี 3Tx Uplink:

OPPO ได้เปิดตัว 3Tx (triple transmit antennas) uplink ซึ่งใช้เสาอากาศส่งสัญญาณจำนวนสามตัว เทคโนโลยีนี้จะช่วยยกระดับความเร็วในการอัปโหลดข้อมูลและความน่าเชื่อถือของสัญญาณได้อย่างมาก ส่งผลให้ประสบการณ์การใช้งานมือถือกับแอปพลิเคชันที่ใช้ข้อมูลเยอะอย่างเช่น การสตรีมสด และ การประชุมทางวิดีโอ ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการที่สำคัญในโลกยุคปัจจุบันที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ความมุ่งมั่นของ OPPO ในการวิจัย 5G-Advanced (5G-A) นั้นชัดเจนจากการมีส่วนร่วมอย่างมากต่อ 3GPP โดยยื่นเอกสารทางเทคนิคไปแล้วกว่า 12,000 ฉบับ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2024 OPPO ได้นำสิทธิบัตรมาตรฐานการสื่อสาร 5G/5G-A ไปใช้ในกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค โดยมีการประกาศกลุ่มสิทธิบัตรมาตรฐาน 5G มากกว่า 3,300 รายการต่อ ETSI

5G-Advanced (5G-A) ทำหน้าที่เป็นบันไดขั้นสำคัญก้าวสู่ 6G โดยนำเสนอความสามารถที่เหนือกว่าและวางรากฐานสำหรับ 6G ในด้านต่างๆ เช่น การผสาน AI เข้าไว้ด้วยกัน, การประหยัดพลังงาน และการสื่อสารแบบ sidelink วิสัยทัศน์ของ OPPO สำหรับ 6G ตามที่ระบุไว้ในเอกสารวิจัยนั้นเน้นย้ำถึงการบูรณาการ AI และการสื่อสาร การสร้างระบบออกแบบ ‘Minimized Kernel’ และการพัฒนามาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ด้วยการลงทุนวิจัย 6G และมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการกำหนดมาตรฐาน OPPO มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีไร้สาย มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ชาญฉลาด สะดวกสบาย และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ทั่วโลก


Spread the love