CBNT CHANNEL

Connecting the world for you, clearer than ever. Never miss the world's movement.

Health and Wellness Lifestyle

เคทีซี จับมือ รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล รับสังคมสูงวัย ชี้อายุยืนอย่างเดียวไม่พอ สมองต้องแข็งแรง

Spread the love

คนไทยกำลังมีอายุยืนขึ้น แต่ความท้าทายของสังคมไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากคือการทำอย่างไรให้ผู้คนยังคิด จำ ตัดสินใจ เคลื่อนไหว และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super – Aged Society) “สุขภาพสมอง” จึงกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของทั้งระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย

ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุระบุว่า ในปี 2569 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ สะท้อนว่าการดูแลสุขภาพไม่อาจมุ่งเพียงการมีอายุยืน แต่ต้องช่วยให้ผู้คนรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างอิสระให้นานที่สุด ขณะเดียวกันกรมการแพทย์ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non – Communicable Diseases: NCDs) ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศไทยประมาณ 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี โดยโรคหลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคสำคัญที่สร้างภาระทั้งด้านค่ารักษาพยาบาล การสูญเสียผลิตภาพแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาวของครอบครัวและระบบสาธารณสุข สอดคล้องกับข้อมูลของกรมควบคุมโรคจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center: HDC) ซึ่งระบุว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 358,062 ราย มีผู้เสียชีวิต 39,086 ราย และโรคหลอดเลือดสมองยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทย ผู้ป่วยจำนวนมากยังต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในระยะยาว ส่งผลต่อการสูญเสียศักยภาพในการทำงานของผู้ป่วย เพิ่มภาระการดูแลของครอบครัว และเป็นต้นทุนสำคัญของระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ

จากแนวโน้มดังกล่าว “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จึงร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล (Bangkok International Hospital หรือ BIH) ส่งต่อองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด “Brain Health & Healthy Aging: อายุยืนไม่พอ โจทย์ใหม่วันนี้สมองต้องแข็งแรง” เพื่อสร้างความตระหนักว่าสุขภาพสมองไม่ใช่เรื่องที่ควรรอจนเข้าสู่วัยสูงอายุ แต่ทุกคนสามารถเริ่มดูแลได้ตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่การป้องกัน การสังเกตอาการผิดปกติ การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการรักษาและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางการดูแลสุขภาพที่กำลังเปลี่ยนจากการรอให้เกิดโรคแล้วจึงรักษา ไปสู่การรู้ความเสี่ยงให้เร็ว ป้องกันให้ไว และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ดีที่สุด โดยผสานความชำนาญทางการแพทย์ของโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล เข้ากับบทบาทของเคทีซีในการสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Wellness Ecosystem) และเชื่อมโยงสมาชิกให้เข้าถึงองค์ความรู้และบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ

สุขภาพสมองไม่ใช่เรื่องของผู้สูงวัย แต่เป็นเรื่องของทุกคน

นพ.อภิชาติ พิศาลพงศ์ อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท เฉพาะทางโรคพาร์กินสันและความผิดปกติของการเคลื่อนไหว ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “แม้โรคทางสมองจะพบมากขึ้นตามอายุ แต่ปัจจุบันเราไม่ได้พบโรคหลอดเลือดสมองเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป ผู้ป่วยวัยทำงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วน ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำให้การดูแลสุขภาพสมองไม่ใช่เรื่องของผู้สูงวัย แต่เป็นเรื่องของคนทุกวัย”

“โรคทางสมองไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ป่วย แต่ส่งผลถึงทั้งครอบครัว เมื่อผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการคิด เคลื่อนไหว หรือดูแลตัวเอง คนในครอบครัวมักต้องเข้ามารับบทบาทผู้ดูแล ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต รายได้ และภาระค่าใช้จ่าย สุขภาพสมองจึงไม่ใช่เพียงประเด็นทางการแพทย์ แต่เป็นประเด็นทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะทุกวันที่ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิต ย่อมหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งต่อครอบครัว ระบบสาธารณสุข และเศรษฐกิจโดยรวม สิ่งที่ผู้ป่วยสูญเสียอาจไม่ใช่เพียงความทรงจำหรือการเคลื่อนไหว แต่คือความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น อาการที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ มือสั่นขณะพัก เคลื่อนไหวหรือเดินช้าลง เดินไม่มั่นคง หกล้มบ่อย ความจำถดถอยผิดปกติ พูดไม่ชัด กลืนลำบาก หรือมีพฤติกรรมผิดปกติระหว่างนอนหลับ ส่วนอาการเฉียบพลัน เช่น ใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก และพูดไม่ชัด อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งต้องรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะทุกนาทีที่ล่าช้าอาจส่งผลต่อโอกาสในการฟื้นตัว”

“ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่การวินิจฉัย การวางแผนรักษาไปจนถึงการฟื้นฟู อาทิ การกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะ (Transcranial Magnetic Stimulation: TMS) สำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มโดยไม่ต้องผ่าตัด รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) ด้วยหุ่นยนต์ช่วยฝึกเดิน (Walkbot) ระบบฝึกการทรงตัว และเทคโนโลยีเสมือนจริง ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาเดิน ทรงตัว สื่อสาร และใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น แม้โรคทางสมองบางชนิดจะไม่สามารถป้องกันไม่ได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมความดันโลหิต เบาหวานและไขมันในเลือด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่ จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงฝึกสมองผ่านการเรียนรู้สิ่งใหม่และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น การดูแลสมองจึงควรเริ่มตั้งแต่วันที่เรายังแข็งแรง ไม่ใช่รอจนเกิดอาการผิดปกติ”

เพราะการดูแลรักษาโรคสมองและระบบประสาทต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขาที่มากด้วยประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนทีมสหสาขาที่พร้อมให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลพร้อมดูแลผู้ป่วยโรคสมองและระบบประสาท ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองครบทุกสาขา มีทั้งแพทย์ประจำและแพทย์ที่ปรึกษารวมมากกว่า 78 คน ที่พร้อมวางแผนการรักษาร่วมกันโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะบุคคล อีกทั้งมีระบบรองรับเคสฉุกเฉินและอุบัติเหตุทางสมองตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

คนรุ่นใหม่เริ่มลงทุนกับสุขภาพก่อนป่วย

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า “การเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรเริ่มวางแผนตั้งแต่วัยทำงาน เพราะการมีอายุยืนจะมีความหมายก็ต่อเมื่อยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ในอดีตเราวางแผนการเงินเพื่อใช้หลังเกษียณ แต่วันนี้เราอาจต้องวางแผน ‘สุขภาพสมอง’ ไปพร้อมกัน เพราะต่อให้มีเงินมากเพียงใด หากไม่สามารถคิด จำ ตัดสินใจ หรือใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ คุณภาพชีวิตก็อาจไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง และนี่คือเหตุผลที่เราเห็นผู้บริโภคเริ่มลงทุนกับการดูแลสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อยมากขึ้น”

“ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในปี 2568 พบว่า ยอดใช้จ่ายของสมาชิกอายุต่ำกว่า 30 ปีในกลุ่มสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมบริการทางการแพทย์ ความงาม กีฬา และฟิตเนส เติบโตเกือบร้อยละ 40 สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้รอให้เจ็บป่วยแล้วจึงเริ่มดูแลตัวเอง แต่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน และใช้บริการทางการแพทย์เชิงป้องกันมากขึ้น พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการใช้จ่ายเพื่อรักษาตามอาการ ไปสู่การลงทุนเพื่อป้องกันและดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น การเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงของโรค แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้เราเติบโตไปเป็นผู้สูงอายุที่ยังคิด จำ เคลื่อนไหว และใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง”

“นอกจากนี้ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้เลือกบริการสุขภาพจากราคาที่ต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาทั้งคุณภาพ ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และความคุ้มค่าของบริการ เคทีซีจึงขยายบทบาทจากผู้ให้บริการบัตรเครดิตและช่องทางชำระเงิน ไปสู่การคัดสรรพันธมิตรและสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์สมาชิกในแต่ละช่วงวัย ความร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลโรคสมองและระบบประสาท เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดระบบนิเวศด้านสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “KTC Wellness: The Journey to Well-being” เพื่อเชื่อมโยงสมาชิกให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การดูแลเชิงป้องกัน บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง และสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจากพันธมิตรที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงวัย สังคมสูงวัยไม่ใช่อนาคตอีกต่อไป แต่คือความจริงของประเทศไทยในวันนี้ การเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดจึงอาจไม่ใช่เพียงการมีเงินเก็บมากขึ้น แต่คือการลงทุนเพื่อถนอมรักษาสุขภาพร่างกายและสุขภาพสมองที่แข็งแรงของเราและครอบครัว เพื่อให้เรายังใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้ให้นานที่สุด และช่วยลดภาระของระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต” นางสาวสิรีรัตน์ กล่าว


Spread the love
error: Content is protected !!