อนันดาฯ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย “ANANDA SURE+” ครบ 4 เสาหลัก ชูคอมมูนิตี้และบริการหลังการขาย สร้าง Customer Value ระยะยาว
อนันดาฯ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย “ANANDA SURE+” ครบ 4 เสาหลัก ชูคอมมูนิตี้และบริการหลังการขาย สร้าง Customer Value ระยะยาว ผนึก Ascott–Dusit เสริมมาตรฐาน Hospitality พร้อมดูแลลูกบ้านครบวงจรแบบไร้รอยต่อ ด้วยแอปฯ COCORO

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยทำเลติดรถไฟฟ้า ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ตอกย้ำกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผ่าน “ANANDA SURE+” ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยคนเมืองจาก “สร้างดี” สู่ “ดูแลดี” ภายใต้ 4 เสาหลัก QUALITY–COMMUNITY–WORRY FREE และ SERVICE+ ด้วยการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีให้แก่ลูกบ้าน เพิ่มคุณค่าของแบรนด์ในระยะยาว ชูคอมมูนิตี้และบริการหลังการขาย เป็นหัวใจสำคัญ ผนึกพันธมิตรระดับสากล Ascott และ Dusit Hospitality Services ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและบริการ พร้อมนำแอปพลิเคชัน COCORO แพลตฟอร์มดิจิทัลเชื่อมต่อบริการลูกบ้านแบบไร้รอยต่อ ตอกย้ำแนวคิดการดูแลลูกค้าไม่จบแค่วันโอน แต่ต่อเนื่องตลอดการอยู่อาศัย
คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คุณภาพการก่อสร้างคือ พื้นฐานที่อนันดาฯ ตั้งใจทำมาโดยตลอด ได้นำเทคโนโลยี และมาตรฐานจากญี่ปุ่นมาใช้ มีการตรวจสอบ ติดตาม จนเป็นมาตรฐาน ANANDA SURE แต่วันนี้พฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนไป การเลือกที่อยู่อาศัยไม่ได้จบลงที่การเลือกทำเลหรือการส่งมอบห้อง แต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ ประสบการณ์ที่ดีตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัย กลายเป็นปัจจัยที่มีบทบาทต่อการตัดสินใจและความผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น ดังนั้น ก้าวต่อไปของ ANANDA SURE+ คือ การยกระดับจาก ‘สร้างดี’ ไปสู่ ‘ดูแลดี’ ผ่านการสร้าง Community ที่เชื่อมโยงคนเมือง และ Service ที่สามารถดูแลลูกบ้านได้อย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐาน โดยต้องการให้บ้านของอนันดาฯ ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่ลูกค้าเข้ามาอยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นในทุกวัน
ทั้งนี้ การเดินหน้าสร้าง ANANDA SURE+ สะท้อนทิศทางของอนันดาฯ ในการสร้างความแตกต่างผ่านการบริหารประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร โดยผสาน 4 เสาหลัก คือ คุณภาพการก่อสร้าง (Quality) การสร้างคอมมูนิตี้ (Community) การอยู่อาศัยอย่างไร้กังวล (Worry Free) และบริการหลังการขาย (Service+) เข้าไว้ด้วยกัน โดยในปีนี้ให้น้ำหนักกับ 2 แกนสำคัญ คือ Community และ Service ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Customer Value และความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาวตลอดช่วงเวลาการอยู่อาศัย
ขณะเดียวกัน อนันดาฯ ยังเดินหน้าสร้างมาตรฐานการบริการผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากล ต่อยอดความเชี่ยวชาญจากพันธมิตรระดับสากลและเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ Ascott ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหาร Serviced Residence ระดับโลก ซึ่งมีประสบการณ์ดูแลโครงการกว่า 900 แห่งใน 40 ประเทศ และ Dusit Hospitality Services ผู้เชี่ยวชาญด้าน Hospitality และการบริการในมาตรฐานโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อผสานองค์ความรู้ด้านการบริการและ Hospitality เข้ากับการบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัย
สำหรับการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “ANANDA SURE+” ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่
1. QUALITY – คุณภาพที่สร้างบนความเชื่อมั่น อนันดาฯ ยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมาตรฐานการก่อสร้างจากญี่ปุ่น ATQPM พร้อมกระบวนการตรวจสอบคุณภาพกว่า 120 รายการ ก่อนส่งมอบในทุกโครงการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกบ้านตั้งแต่วันแรกที่รับมอบ โดยบริษัทมองว่าคุณภาพการก่อสร้างเป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ต้องรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การยกระดับ ANANDA SURE+ ในระยะต่อไป คือ การนำมาตรฐานด้านการบริการและการสร้าง Community เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
2. COMMUNITY – คอมมูนิตี้ที่เชื่อมคนเมือง หนึ่งในทิศทางสำคัญของ ANANDA SURE+ คือ การพัฒนา “Community” ให้เป็นมากกว่าพื้นที่ส่วนกลาง แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างความสัมพันธ์และเชื่อมโยงผู้คนในโครงการเข้าด้วยกัน โดยออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง อาทิ Culture on Canvas, Sips & Tips, Fitness Training และ Urban Run เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกบ้านได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน
3. WORRY FREE – การอยู่อาศัยอย่างไร้กังวล อนันดาฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกบ้านตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ไปตลอดการอยู่อาศัย เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทในการเชื่อมต่อชีวิตลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกบ้านอุ่นใจไร้กังวลว่ามีทีมงานดูแลพวกเราอยู่ตลอดเวลา ผ่านแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า COCORO นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่พัฒนาโดย ANANDA มาช่วยให้ทุกเรื่องบ้านจบได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ด้วยฟีเจอร์ที่ครอบคลุม ทำหน้าที่เป็นช่องทางกลางในการเชื่อมต่อลูกบ้านกับบริการต่าง ๆ ทั้งการแจ้งซ่อม การติดตามสถานะการดำเนินงาน และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ Resident Privilege ได้ในที่เดียว ช่วยให้การติดต่อและรับบริการมีความสะดวก รวดเร็ว และต่อเนื่องมากขึ้น
4. SERVICE+ – บริการหลังการขายมาตรฐานระดับโลก อีกหนึ่งแกนยุทธศาสตร์สำคัญคือ การยกระดับบริการหลังการขาย ANANDA ยังจับมือกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Ascott และ Dusit Hospitality Services เข้ามาบริหารจัดการ ทำให้มั่นใจว่าระบบส่วนกลาง การดูแลความปลอดภัย และการจัดการสินทรัพย์ภายในโครงการจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐาน และส่งผลต่อมูลค่าโครงการ และส่งผลดีต่ออัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ในอนาคตด้วย เพราะตัวอาคารจะได้รับการดูแลและเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ตลอดเวลา
คุณโชติมา คำมณี Head of Customer Value Management บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อนันดาฯ ไม่ได้มองความสัมพันธ์กับลูกบ้านสิ้นสุดลงเมื่อการโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสมบูรณ์ แต่มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในระยะยาว บทบาทของ Customer Value Management คือ การทำให้ทุกวันของการอยู่อาศัยมีคุณค่ามากขึ้น ทั้งการดูแลผ่านแอปพลิเคชัน COCORO ที่ช่วยให้การติดต่อและรับบริการเป็นเรื่องง่ายและไร้รอยต่อ รวมถึงการสร้าง Community ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ลูกบ้านได้พบปะ รู้จัก และใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งอนันดาฯ เชื่อว่าการมี Community ที่อบอุ่นและ Service ที่ใส่ใจ คือ หัวใจสำคัญของการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดี สบายใจ และไร้กังวลในระยะยาว
“อนันดาฯ มุ่งเดินหน้าสร้างมาตรฐานการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “ANANDA SURE+” จาก “สร้างดี” สู่ “ดูแลดี” ด้วยการผสานคุณภาพการก่อสร้าง การสร้าง Community ที่เชื่อมโยงคนเมือง และ Service ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกวันเข้าด้วยกัน พร้อมยกระดับการดูแลลูกบ้านผ่านเทคโนโลยีและพันธมิตรด้าน Hospitality ระดับสากล เพื่อสร้าง Customer Value และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ต่อเนื่องในระยะยาว โดยมุ่งให้ทุกโครงการของอนันดาฯ ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็น “คอมมูนิตี้ที่มีชีวิต และบริการที่ใส่ใจ” ซึ่งช่วยให้ลูกบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก สบายใจ และมีคุณภาพในทุกวัน”คุณประเสริฐ กล่าวทิ้งท้าย




